Own_'s profileSpaces นี้ใช้ตัวหนังสือถ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    Tattoo เพลงเพราะเนื้อหาดี

    แวะไปดูอะไรเกี่ยวกับเกาหลี แล้วเกิดไปได้ฟังเพลงนี้ เพราะมากๆเลย แต่ลำดับแรกอยากให้ดูเรื่องนี้พร้อมและจะรู้สึกว่า อยากทำความรู้จักกับเพลงและMVเรื่องนี้เพิ่มขึ้นเหมือนนิดหรือเปล่า (แต่ขอบอกว่าเอ็มวีนี้กับต้นฉบับจริง ไม่เหมือนกันเลยนะ อันไหนซิ้งกว่ากันก็คลิกดูเองนะ)

      
    Tattoo MV Super-MiX - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

    Oh, oh, oh

    No matter what you say about love
    ไม่ว่าอะไร ที่คุณพูดเกี่ยวกับความรัก
    I keep coming back for more
    ฉันเรียกร้องมันมากขึ้น
    Keep my hand in the fire
    คอยหาเรื่องให้ตัวเอง

    Sooner or later, I'll get what I'm asking for
    ไม่ว่าเร็วหรือช้า ฉันจะได้สิ่งที่เรียกร้อง

    No matter what you say about life
    ไม่ว่าอะไร ที่คุณพูดเกี่ยวกับชีวิต
    I learn every time I bleed
    ฉันเรียนรู้เมื่อทุกๆครั้งที่เจ็บ
    That truth is a stranger
    ความจริงเป็นสิ่งที่แปลกตา
    Soul is in danger, I gotta let my spirit be free
    จิตวิญญานกำลังอยู่ในอันตราย ฉันต้องปล่อยให้มันเป็นอิสระ

    To admit that I'm wrong
    เพื่อยอมรับว่าตัวเองนั้นผิด
    And then change my mind
    และเพื่อเปลี่ยนการตัดสินใจ
    Sorry but I have to move on
    ขอโทษนะ แต่ฉันต้องก้าวต่อไป
    And leave you behind
    ทิ้งคุณไว้เบื้องหลัง

    I can't waste time so give it a moment
    ฉันไม่สามารถเสียเวลาได้อีกแล้ว ขอแค่เวลานี้
    I realize, nothing's broken
    ฉันตระหนัก ไม่มีอะไรที่เสียหาย
    No need to worry 'bout everything I've done
    ไม่มีความจำเป็นต้องเป็นห่วง ทุกๆสิ่งที่ฉันเคยทำ
    Live every second like it was my last one
    ใช้ชีวิตทุกวินาที เหมือนว่า มันคือโอกาสสุดท้าย
    Don't look back, got a new direction
    อย่ามองกลับมา  ยืนขึ้นได้อีกครั้ง
    I loved you once, needed protection
    ฉันเคยรักคุณ เคยต้องการ สิ่งที่คอยปกป้อง
    You're still a part of everything I do
    คุณจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของทุกๆสิ่งที่ผ่านมา
    You're on my heart just like a tattoo
    คุณจะอยู่ในหัวใจตลอดไป คล้ายกับว่ามันเป็นรอยสัก

    (Just like a tattoo, I'll always have you
    คล้ายกับว่า มันเป็นรอยสัก ฉันมีคุณอยู่เสมอ
    I'll always have you, I'll always have you)
    คล้ายกับว่า มันเป็นรอยสัก ฉันมีคุณอยู่เสมอ

     I'm sick of playing all of these games
    ฉันเบื่อที่จะเล่นเกมเหล่านี้
    It's not about taking ties
    มันไม่เกี่ยวกับทำให้เรียบร้อย
    When I looked in the mirror, didn't deliver
    เมื่อฉันมองในกระจก ฉันไม่สามารถที่จะตัด
    It hurt enough to think that I could
    มันเจ็บปวดพอแล้วที่จะคิดว่าฉัน สามารถ

    Stop, admit that I'm wrong
    หยุด , ยอมรับว่าตัวเองนั้นผิด
    And then change my mind
    และ เปลี่ยนแปลงตัวเอง
    Sorry but I gotta be strong
    ขอโทษนะ แต่ฉันต้องเข้มแข็ง
    And leave you behind
    และ ทิ้งคุณไว้ข้างหลัง

     (Just like a tattoo, I'll always have you
    I'll always have you)

    If I live every moment
    ถ้าฉันใช้ชีวิตทุกชั่วขณะ
    Won't change any moment
    ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป
    Still a part of me and you
    ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของฉันและคุณ
    I will never regret you
    ฉันจะไม่ทำให้คุณเสียใจ
    Still the memory of you
    จะเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำ
    Marks everything i do
    จดจำทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันทำ

    Just like a tattoo
    I'll always have you โดย :Benzcup คนแปลเนื้อเพลงนี้จ้า

    อันนี้เป็นต้นฉบับของจริงจ้า

     

    MUSIC VIDEO CODES Music Lyrics
     
    Jordin Sparks Tattoo Music Video

    รู้กันไหมจังหวัดกำแพงเพชร มีงานบุญบั้งไฟนะ

    เกิดและโตที่กำแพงเพชรค่ะ... แต่รู้ไหมว่านิดพูดภาษาอีสานชัดเจดเลย ฮาๆๆๆ (ความลับถูกเปิดเผยก็งานนี้แล้ว) ก็ตั้งแต่ปู่ย่าตายาย..นั่นล่ะเราเป็นลูกหลานจะให้พูดภาษาอังกฤษก็ไม่ใช่. ประเพณีบุญบั้งไฟนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว เกิดมาก็ได้ดูแล้วก็เพราะว่างานนี้จัดขึ้นที่ในหมู่บ้านเราเอง เมื่อก่อนนั่งดูหลังบ้านก็เห็นแล้ว  แต่เดี๋ยวนี้งานก็ใหญ่ขึ้นทุกปีๆ จนตอนนี้คนมาเที่ยวงานเยอะมากๆ ขึ้นชื่อว่าถ้าเป็นเขตภาคเหนือที่บ้านเราจัดว่างานบุญบั้งไฟใหญ่ที่สุดแล้ว

    มาดูรายละเอียดงานบุญบั้งไฟ....

    งานประเพณีบุญบั้งไฟของชาวนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล บ้านเราเอง (อยู่ในอำเภอเมืองกำแพงเพชร  ออกมาทางถนนกำแพงเพชร-พิจิตร ขบวนแห่เริ่มที่บ้านบ่อทอง) ในปีนี้ได้กำหนดเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่ตระการตาระดับสุดยอดของภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 24-25 พฤษภาคม 2551 ในแต่ละวันมีกิจกรรมที่น่าสนใจและน่าเข้าไปเที่ยวชมดังนี้ วั

    วันที่ 24 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันแรกของงานเวลาประมาณ 14:00 น. จะมีขบวนแห่บั้งไฟเอาการรำเซิ้งบั้งไฟที่พร้อมเพรียง และสวยงามจากหมู่บ้านต่างๆ ถึง 16 หมู่บ้าน(ส่วนใหญ่ก็เป็นหมู่บ้านในนิคมฯ ซึ่งเราอยู่หมู่ที่1) และมีการประกวดบั้งไฟสวยงาม แต่ละคันจะมีคนสวยๆ นั่งอยู่บนรถด้วย บางครั้งก็เป็นคู่หญิงชาย เป็นผาแดงนางอัย (ฮาๆๆ อย่างน้อยไม่เสียแรงที่เกิดมาเป็นคนใกล้ชิดประเพณีนี้ เราเคยเป็นหนึ่งที่ได้นั่งยิ้มสวยบนรถประกวดด้วยอิอิ) ระหว่างที่เค้าเซิ้งกันจะมีขบวนตัวตลกมาเดินมันน่าสนใจมาก ตอนเด็กๆ เราจะตื่นตาตื่นใจกับมันมาก  กลางคืนจะมีประกวดนางงามด้วย (ซึ่งก็เคยประกวดกับเค้าด้วย อันนี้เป็นประสบการณ์ที่สนุกมาก เกิดมาไม่เคยใส่ส้นสูงขนาดนั้น แต่งหน้าจัดขนาดนั้น ตอนกลางวันยังตากแดดถ่ายรูป เที่ยวงานแล้วมารู้ตัวว่าตั้งเข้าประกวดเพราะเค้าหาคนไม่ได้ฮาๆๆ ผลคือตกรอบแรกดิ เดินห้าวขนาดนั้น เพื่อนที่มาดูยังจำไม่ได้ แต่พอพูดกับเดินเลยแซวกันใหญ่ อายเป็นบ้า..เค้าเล่าว่าคนที่ประกวดได้ตำแหน่งจะตื่นเต้นปากสั่น มันเป็นจริงๆ นะเพราะนี่แค่ยืนยิ้มปากก็สั่นแล้ว ไม่ต้องถึงเข้ารอบหรอก อิอิ พูดไปแล้วอายตัวเองที่ทำไปได้ แค่นี้ก่อน)

    วันที่ 25 พฤษภาคม 2551 จะเป็นกิจกรรมที่ตื่นเต้นและเร้าใจคือ การแข่งขันจุดบั้งไฟและมีการจุดบั้งไฟล้านที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ เมื่อก่อนบั้งไฟที่อัดดินปืนเพื่อการจุดระเบิดให้พุ่งขึ้นไปในอากาศมีขนาดที่นิยมอยู่ 3 ขนาด คือ บั้งไฟร้อย จะบรรจุดินปืนไม่เกิน 12 กก. บั้งไฟหมื่นบรรจุดินปืน ตั้งแต้ 12-120 กก. บั้งไฟแสน บรรจุดินปืนมากกว่า 120 กก. ทุกวันนี้หลายท้องถิ่นได้ประดิษฐ์บั้งไฟขนาดใหญ่เรียกว่าบั้งไฟล้าน เป็นบั้งไฟขนาดใหญ่และขึ้นสูง อยากรู้ว่าจะสูงแค่ไหน คงต้องไปพิสูจน์ให้เห็นกับตาที่ตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล ท้ายหมู่บ้านเราเอง

    รายละเอียดแบบทางการหน่อย :-

    การเตรียมงานประเพณีบุญบั้งไฟโดยทั่วไป ชาวบ้านจะเริ่มเตรียมงานไว้ล่วงหน้าเป็นเวลานาน ตั้งแต่การประชุมนัดหมาย กำหนดวันจัดงาน สถานที่จัดงาน เมื่อทุกอย่างตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว แต่ละหมู่บ้านก็จะแบ่งหน้าที่กันทำงาน พวกผู่ชายส่วนใหญ่จะทำบั้งไฟ พวกแม่บ้านก็ช่วยจัดขบวนแห่ การฝึกซ้อม การรำเซิ้ง มีสาวน้อย สาวใหญ่ ทุกครอบครัวต่างออกมาช่วยงานอย่างเต็มที่และเต็มใจ(เค้าจะซ้อมกันตอนกลางคืน ซึ่งในหมู่บ้านเราจะเป็นหมู่บ้านใหญ่ในนั้นมีสามหมู่บ้านจะได้ยินเสียงกล้องเสียงแคนทุกทิศเลย มีซุ้มซ้อมกันนะ ตอนเด็กๆ ก็เคยไปรำด้วย อันนี้เป็นเชิงบังคับเพราะตอนนั้นพ่อเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน) ถือเป็นกิจกรรมที่ทุกคนในหมู่บ้านมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

    ความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านที่เกิดขึ้นจะมีศูนย์กลางอยู่ในหมู่บ้านหรือบ้านหนึ่งบ้านใด เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการตกแต่งบั้งไฟ ซึ่งต่างก็ปกปิดมิให้คนนอกได้รับรู้ความเคลื่อนไหว เมื่อถึงวันเวลาตามที่กำหนดก็ช่วยกันแห่บั้งไฟเอ้ ไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ โดยในขบวนแห่แต่ละขบวนประกอบด้วย ขบวนฟ้อนรำ เรียกว่า เซิ้งบั้งไฟเป็นชุดนำขบวน ตามด้วยตัวบั้งไฟที่ตกแต้งเอาไว้อย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังมีขบวนขบขัน ซึ่งสร้างสรรค์กันออกมา ทุกคนต่างช่วยกันออกมาร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนาน บางขบวนจะมีชาวบ้านนำศิวลึงค์ เรียกว่าประลักคิก ทำด้วยไม้ทาสีแดง มีทั้งแบก หาบ และลากมา เพื่อเป็นการแสดงถึงสัญลักษณ์แห่งความเจริญพันธุ์ของมนุษยชาติและความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหาร

    ความน่าสนใจของขบวนแห่มีจุดเด่นอยู่ที่บั้งไฟเอ้ คือ การตกแต้งบั้งไฟให้สวยงามด้วยฝีมือของศิลป์พื้นบ้าน ที่บรรจงแต่งอย่างประณีตสวยงามด้วยลวดลายของกระดาษสีทอง สีเงิน หรือสีต้าง ๆ ตัดเป็นลายฉลุงดงามอย่างไทย การประดับบั้งไฟส่วนมากจะตกแต่งเป็นรูปพญานาคหรือรูปหงส์ ตามแต่จะคิดประดิษฐ์ขึ้นมา ในปัจจุบันนี้การแห่บั้งไฟเอ้ในจังหวัดใหญ่ ๆ ทางภาคอีสานมีการใช้เทคนิคใหม่ ๆ เข้ามาใช้ด้วยการทำให้พญานาค พ่นน้ำได้ ที่นิคมทุ่งโพธิ์ทะเลแม้จะเป็นงานระดับ ตำบลแต่ก็มีพญานาคพ่นน้ำ ส่ายหัวพ่นน้ำให้ชมมาหลายปีแล้ว

    วันแห่บั้งไฟเอ้ผ่านพ้นไป รุ่งขึ้นจึงมีการจุดบั้งไฟที่ทุ่งโล่งกลางท้องนา บั้งไฟที่จุดก่อนคือ บั้งไฟเสี่ยง เพื่อเป็นการเสี่ยงทายว่าฝนฟ้าในฤดูกาลนี้จะตกต้องตามฤดูกาลหรือไม่ ถ้าบั้งไฟขึ้นดีก็ทำนายว่าปีนี้ฝนฟ้าจะดี แต้ถ้าบั้งไฟขึ้นไม่ดี ให้ทำนายว่าฝนจะแล้ง เมื่อจุดบั้งไฟเสี่ยงแล้ว จึงสู่การจุดบั้งไฟแข่งขันซึ่งเป็นกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นเร้าใจมากที่สุด การจุดบั้งไฟจะมีให้ชมตั้งแต้เช้าจดเย็น ในระหว่างการจุดบั้งไฟหากบั้งไฟของหมู่บ้านใดไม่ขึ้นหรือแตก เรียกว่า บั้งไฟซุ ช่างทำบั้งไฟจะถูกหามไปโยนโคลนตม เป็นที่สนุกสนานทั้งผู้โยนและผู้ถูกโยนเพราะเปื้อนโคลนเหมือนกัน

    หากใครว่าง ๆ อย่าลืมแวะไปเยือนกำแพงเพชรกันบ้างรับรองไม่ผิดหวัง.. ถ้าไม่มีที่พักบ้านเรายินดีต้อนรับนะ..ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแค่ช่วยทำงานบ้านหน่อยก็แล้วกัน ฮาๆๆ ก็ว่าเดือนหน้าจะกลับบ้านไปเที่ยวงานนี้ล่ะใครสนใจอยากจะไปเที่ยวก็บอกนะจะได้ติดรถไปด้วย ฮาๆๆ

    เอาเป็นว่าเดือนหน้าเรากลับบ้านจะเก็บภาพมาอวด เผื่อปีหน้าฟ้าใหม่อาจมีคนอยากไปเที่ยวบ้านเราบ้าง.. จะได้ช่วยคนในหมู่บ้านมีรายได้ ซึ่งนั่นก็รวมถึงครอบครัวเราด้วย ถ้าไปกันยังไงก็ต้องผ่านหน้าบ้านเรา แวะไปก็ถามได้นะว่า บ้านนิด ผมหยิก หัวฟู พูดมาก อยู่ไหน ถ้าเค้าไม่รู้จักลองเพิ่มคำว่าสวยๆ ด้วยก็ไม่ว่านะ ฮาๆๆๆๆ

    เกลียด,,,

    เกลียดละคร แต่ก็ดูมันทุกตอน
    เกลียดคนใจร้อน แต่ก็ชอบมวย
    เกลียดคนรวยนัก ชอบดูถูกฉัน
    แต่เมื่อคืนพึ่งฝันว่าถูกหวย
    เกลียดใครจะได้เจอมันทุกวัน
    เกลียดคนผิดนัด แต่ฉันก็เคย
    เกลียดจังตอน hang ปวดหัวตอนเช้า
    ตกเย็นกินเกล้าไม่หยุดเลย

    * ชีวิตคนสับสนวุ่ยวาย
    เพราะหัวใจมันคล้ายมีบางอย่าง
    ถึงฉันเกลียดแต่ฉันก็ต้องการ ไม่ว่าใครๆ

    ** เกลียดความรักที่ทำให้เราต้องเสียใจ
    แต่ยังค้น ยังคอยจะหามันเรื่อยไป
    เจ็บไม่จำ ทั้งๆที่รู้ สุดท้ายที่รออยู่คืออะไร
    โอ โว้ โอว ... (โอ โว้ โอ้ว ... )
    เกลียดความรักที่ทำให้เราต้องร้องไห้
    แต่ยามเหงาถ้าไม่มีเขาก็ไม่ได้
    อยู่คนเดียวมันยังไม่พอ ต้องขอใครสักคน เข้ามาทำให้ใจเจ็บช้ำ
    ไม่เข้าใจ ...

    เกลียดการพนันแต่ก็เคยเป็นเจ้ามือ
    รำคาญมือถือ แต่ฉันก็มี
    เกลียดจังความอ้วน ใครๆก็รู้ แต่ยังสั่งขาหมูกินอยู่ดี
    เกลียดการมองคนที่หน้าตา แต่พอเจอดาราขอลายเซ็น
    เกลียดคนยั้วเยี้ย อึดอัดทุกครั้ง แต่พออยู่ในผับฉันก็ต้องเต้น
     
    ขาหมู - Tattoo Colour MV - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่
     
    อันนี้ไม่ใช่บ่นนะ แต่มันคือเนื้อเพลง "ขาหมู"

    เจ็บตัวเพราะงานอีกแล้ว

    วันนี้งานก็คงยังเยอะเหมือนสองวันก่อน  วันนี้ทำงานรีบกับเวลาไม่พอโทรศัพท์ก็เยอะเป็นบ้า  ขอสายอยู่ได้คนเดียว (ก็ตัวเองนี่ล่ะ55) ลูกค้าที่โทรมาวันนี้จะเอาโน่นเอานี่เยอะก็ไม่ว่า  แต่ดันบอกขอวันนี้ ทั้งเดินทั้งย้ายก้นไปนั่งโต๊ะโน่นนี่ก็กินเวลาไปมากโขแล้ว  เอกสารไม่รู้มาจากไหน ไม่อยู่โต๊ะหน่อยเดียวมันมากองให้เต็มเลย...
     
    ด้วยความเบะบะของตัวเอง  วันนี้ได้เจ็บตัวแข้งขาชนโต๊ะเจ็บจนรู้สึกเฉยๆ  รอวันพรุ่งนี้ถึงจะเจ็บและเขียวขึ้นมาประจานตัวเองที่ซุ่มซาม..  แล้วด้วยความรีบร้อนจับแฟ้มเอกสารหันไปคุยกับนายไม่ทันได้ระวัง  ป๊าปเข้าให้... อันสันแฟ้มไม่มองตาม้าตาเรือ โดนเข้าที่มุมปาก เจ็บมากเลย  ได้ยินเสียงนายญี่ปุ่นร้อง"อุ้ย" ตามหลัง คงได้ยินเสียงแฟ้มกระทบกับปากเราแน่ๆ  ซักพักคิดว่าอืมแค่เจ็บ..คงไม่มีอะไรแต่ระหว่างทำงานต่อนั้น รสชาตน้ำลายมันรู้สึกประแล้มๆ ก็เลือดในปากออกน่ะซิ  แต่โชคยังดีที่มันออกหน่อยเดียว และปวดนิดหน่อย  นี่ถ้าโดนสันแฟ้มหนักกว่านี้ สงสัยคนคงรือกันทั้งซอยแน่ๆ นึกว่าไปมีเรื่องชกต่อยกันใครมา ฮาๆๆๆๆ
     
    ว่าแล้วไปเอาน้ำแข็งประคบดีกว่า  แล้วก็อาบน้ำรอดู สวรรค์เบี่ยง  พรุ่งนี้เดี๋ยวทาลิปคงไม่เห็นมั่ง ฮาๆๆๆแลบลิ้น ซาดิสป่าวหว่าตัวเองนี่  แต่ยังไงก็ไม่ชอบทำให้ตัวเองเจ็บตัว วันหลังจะไม่เหวียงแฟ้มแล้ว โดนเต็มๆ เจ็บเป็นบ้า.. จะให้ระวังให้มากขึ้น อันนี้พยายามบอกตัวเองเหมือนกัน  แต่ก็ทำไม่ได้55 เอาเถอะเราทำ เราเจ็บ ไม่ต้องโทษใครเดี๋ยวก็หายแล้ว

    Free Image Hosting @ Photobucket.com!

    งานวันนี้ยุ่งจริงๆ

     
    หลังจากสงกรานต์ผ่านไป งานที่ทำก็ยังคงล้นมือเหมือนเดิม... มาดูดิความซกมกของตัวเองกับงานเอกสารที่วางเรียงให้คอยเคลียร์แต่ละวัน (นี่ยังไม่รวมความขี้หลงขี้ลืมของวันนี้ ทั้งโทรศัพท์ กุญแจห้อง) อุตส่าห์เลี่ยงไม่ทำบัญชีแล้วนะ ยังไม่พ้นเรื่องเอกสาร...อุ้ย
     
    ดูดิตั้งแต่เช้าน้ำท่ายังไม่ได้ตกถึงท้องเลย  ถ่ายรูปมาประชดตัวเองเล่นๆ เวลางานยุ่งๆ
    ภาพ002
    ส่วนอันนี้คีย์คอมฯไม่ทัน ขอเขียนด้วยลายมือไปก่อนแล้วกัน ฮาๆๆภาพ001
     
    และนี่ก็เป็นลูกอมแสนอร่อยไว้กินเวลาเครียดจากงานหรือกินไว้กันหิวก่อนมื้อเที่ยงจะมาถึง อันนี้กินกันทั้งออฟฟิตฮาๆๆ
    ภาพ003
     
    วันนี้งานโค..ตร ยุ่งเลย  แถมงานยังทำไม่เสร็จนายญี่ป่นดันเรียกไปประชุมอีก เกือบตาย ไม่ใช่ว่าเพราะงานแต่จะเมาควันบุหรี่ตายคาห้องประชุมให้ได้.. สุขภาพกายก็จะแย่ สุขภาพจิตก็จะเสีย ขอคลายเครียดโดยแอบเล่นเอ็มโม้กับเพื่อนๆ ซะเลย ฮาๆๆๆOpen-mouthed

    แบบทดสอบตัวคุณเอง

     
    ลองหันมาทำความรู้จักกับตัวเองและคนรอบข้างสักนิด เผื่อความคิดใหม่ๆจะเกิดกับคุณ


    คุณไปเที่ยวงานปิดถนนสายหนึ่งซึ่งนอกจากจะมีการแสดงแล้ว

    ยังมีดนตรีและศิลปะ ในงานด้วย อีกทั้งยังมีการเพนท์

    เสื้อขายในราคาย่อมเยา

    คุณอยากจะอุดหนุนเสื้อสีขาวเพนท์ลายสัตว์สักตัวหนึ่ง

    อยากรู้จังว่าคุณจะเลือกเพนท์รูปสัตว์

    ชนิดใด

    1. ลิง

    2. สุนัข

    3. หมี

    4. ช้าง

    5. ไดโนเสาร์

    6. ม้าลาย

    7. งู

    8. ยีราฟ

    9. เสือ/สิงโต

    10. ฮิปโป

    11. แมว

    12. ปลา

    เอาล่ะไม่ต้องคิดนาน และไม่ต้องเปลี่ยนคำตอบก่อนดูเฉลยนะ

    คำตอบแรกที่คิดนั่นแหละคือ ตัวของคุณ

    เฉลย

    1. ลิง ถ้าคุณชอบที่จะเพนท์รูปลิง

    แสดงว่าคุณเป็นคนที่ฉลาดแกมโกง

    ใฝ่รู้ และชอบมีกิจกรรม ชอบเคลื่อนไหว ไม่ชอบอยู่เฉยๆ

    2. สุนัข คุณเป็นคนรักเพื่อนรักครอบครัว แคร์เพื่อนๆ

    คุณชอบที่จะเฮฮาปาร์ตี้ร์ แต่ก็รักบ้านและค่อนข้างเอาแต่ใจ

    ตัวเองสูงเหมือนกัน

    3. หมี ความจริงแล้วคุณเป็นคนที่มีอัธยาศัยดี

    เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย

    แต่ลึกๆแล้วคุณค่อนข้างหยิ่งและมีความนับถือตัวเองสูงมาก

    4. ช้าง

    คุณมักเป็นคนที่เพื่อนๆหรือพี่น้องเชื่อถือไว้วางใจเสมอ

    แต่คุณไม่ค่อยจะผูกพันธ์กับใครมากนัก คุณมีความจำดี

    ชอบเดินทางไกล

    และชอบค้นคว้า

    5. ไดโนเสาร์ คุณเป็นคนรักศิลปะมาก อารมณ์หวั่นไหวง่าย

    มีใจอนุรักษ์ของเก่าๆ โรแมนติก ไม่แคร์สังคม

    บางครั้งชอบเล่นเป็นเด็กๆ

    บางครั้งเจ้าระเบียบอย่างผู้ใหญ่

    6. ม้าลาย คุณเป็นคนค่อนข้างสำอาง รักสวยรักงาม

    ชอบรักษาภาพพจน์

    ชอบบันเทิงท่องเที่ยว ชอบอ่านคน แต่คนอ่านคุณยาก

    เพราะคุณเป็นคนเก็บความรู้สึกเก่งและเลือกคบคน

    7. งู คุณเป็นคนเสน่ห์แรง

    และค่อนข้างหยิ่งไม่ค่อยฟังคำแนะนำของคนรอบข้าง

    คุณชอบเรื่องความรัก อิสระ

    ไม่ชอบอึกทึกวุ่นวาย ไม่ชอบรีบร้อน

    มักคิดหรือทำอะไรที่ต่างจากคนทั่วไป

    8. ยีราฟ ความจริงแล้วคุณเป็นคนขี้ขลาด

    และไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง

    แต่คุณก็มีน้ำใจและมีความเป็นตัวของตัวเองสูงเหมือนกัน

    9. เสือ/สิงโต คุณไม่ใช่คนที่ดุหรือน่ากลัวสักนิด

    ตรงกันข้ามคุณเป็นคนที่ค่อนข้างจะอ่อนไหว

    ชอบอยู่ในโลกส่วนตัวมากกว่าที่จะวุ่นวายคนหมู่มาก

    10. ฮิปโป นิสัยคุณนั้นเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก

    ใครๆก็ทึ่งในความทรหดอดทนของคุณ แต่หลายครั้งที่คุณจะอู้งาน

    ทำอะไรที่ไม่รอบคอบ

    11. แมว คุณเป็นคนที่แม้แต่คนใกล้ชิดก็เดายาก

    คุณจะทำในสิ่งที่อยากทำและทำโดยไม่คิดที่จะเอาใจใครๆนัก

    12. ปลา คุณชอบชีวิตที่เรียบง่าย สงบ

    คุณไม่ชอบกฏเกณฑ์หรือการแข่งขันใดๆ ไม่ใช่ขาดความทะเยอทะยาน

    แต่คุณแค่อยากสนุกกับความชอบส่วนตัวมากกว่าที่จะดันทุรังทำอะไรที่ไม่ชอบ

    แม้จะดูเฉื่อยๆ แต่คุณก็รักเพื่อนและใจกว้างยิ่งนัก

    ประโยคซื้งๆ

     
     
    1.ความรักเริ่มขึ้น เมื่อคนๆหนึ่งรู้สึกว่า ความต้องการของอีกคนหนึ่งมีความ
    สำคัญเท่ากันกับของตนเอง

    2.การมีจิตใจร่ำรวยดีกว่าการร่ำรวยภายนอก

    3.ผู้ใหญ่ไม่มีวันเข้าใจอะไรได้เลย และช่างน่าเบื่อสำหรับเด็กๆที่ต้องคอยอธิบาย
    เรื่องพวกนี้ตลอดเวลา

    4.การสอน คือ การเรียนซ้ำสอง

    5.ที่ที่ดีที่สุดที่จะพบมือที่พร้อมจะช่วยเหลือคุณ คือ ที่สุดปลายแขนของคุณ
    เอง

    6.บางครั้งการทำสิ่งที่ถูกต้อง เราต้องแน่วแน่ และอาจต้องละทิ้งสิ่งที่ใจเรา
    ปรารถนาที่สุด แม้กระทั่งความฝันของเราเอง

    7.รักที่เรามอบให้ คือ รักเดียวเท่านั้นที่เราจะรักษาไว้ได้

    8.การแบ่งปันความยินดีเพิ่มความยินดีเป็นสองเท่า การแบ่งปันความทุกข์ ลดความ
    ทุกข์ลงสองเท่า

    9.ความสุขที่สุดในชีวิต คือ ความมั่นใจว่าเราเป็นที่รักของทุกๆคน

    10.สุดยอดของการมีชีวิต คือ มนต์ขลังของการเป็นที่ต้องการของคนเพียงคนเดียว

    11.ความกลัว คือ ห้องมืดเล็กๆที่ใช้ล้างฟิล์มเนกกาทีฟออกมาให้เห็น

    12.เป้าหมายในชีวิต คือ การใช้ชีวิตเพื่อบางสิ่งบางอย่างที่จะคงอยู่ยืนยาวกว่า
    ชีวิตเรา

    13.โลกไม่ใส่ใจเรา ว่ารู้อะไร จนกว่าโลกจะรู้ว่าเราใส่ใจ

    14.ประสบการณ์ไม่ใช่สิ่งที่เกิดกับคุณ แต่เป็นสิ่งที่คุณทำกับสิ่งที่เกิดขึ้น
    กับคุณ

    15.ความดี คือ การลงทุนเพียงอย่างเดียวที่ไม่เคยล้มเหลว

    16.ความเห็นอกเห็นใจ คือ กฎสำคัญของชีวิตมนุษย์

    17.อย่าปล่อยให้ปัญหาของคุณเป็นข้ออ้างเป็นอันขาด

    18.หน้าที่แรกของรัก คือ รับฟัง

    19.ความรักหาได้ตาบอดมืด ความรักทำให้เห็นมากกว่า แต่เพราะความรักเห็นได้
    มากกว่า ความรักจึงเต็มใจที่จะเห็นได้น้อยลง

    20.ทุกสิ่งในชีวิตโดยพื้นฐานแล้ว คือ ของขวัญ จงกางมือรับสิ่งนั้น และถือไว้

    21.ความสุขก็เหมือนเช่นแมว หากคุณพยายามร้องเรียกหามัน มันก็จะหลีกหนีคุณ แต่
    หากคุณไม่ใส่ใจและทำเรื่องอื่นของคุณไป คุณก็จะพบมันคลอเคลียอยู่ที่ขาของคุณ

    22. เราอาจทำสิ่งยิ่งใหญ่ไม่ได้ แต่ทำด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่ได้

    23.รักหาใช่ใดอื่น หากคือการค้นพบตนเองในใจของผู้อื่น

    24.สำหรับเด็กผู้หญิงบางคน ความรัก คือ การที่แม่อ่านนิทานให้ฟังก่อนนอน รัก
    แท้ คือ ตอนที่แม่อ่านไม่ข้ามเลยสักหน้า

    25.สิ่งที่เราให้คุณค่า คือ สิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราคิด คือ สิ่งที่เราเป็น

    26.ชีวิตไม่ได้มีข้อบังคับอะไร ว่าจะต้องได้สิ่งที่เราคาดหวังมา เพียงแต่เรารับ
    สิ่งที่ได้มา แล้วนึกขอบคุณที่สิ่งนั้นไม่แย่ไปกว่านี้

    27.วิธีที่จะรักสิ่งใดได้ คือการรับรู้ว่าอาจจะต้องสูญเสียสิ่งนั้นไป

    28.เด็กๆต้องการความรัก โดยเฉพาะในเวลาที่ทำตัวไม่สมควรได้รับความรัก

    29.คำสรรเสริญเป็นเช่นทองคำ มีค่าตรงที่หาพบได้ยาก

    30.เด็กๆนั้นแสนดีตรงที่นำสิ่งจากสวรรค์มาสู่โลกที่แสนหยาบกระด้างของเรา

    31.ความสำเร็จไม่เกี่ยวอะไรกับสิ่งที่เราได้มาในชีวิตของเรา ความสำเร็จ คือ สิ่งที่เราทำให้คนอื่น

    32. ออกซิเจนสำคัญต่อปอดเช่นไร ความฝันก็เป็นเช่นนั้นต่อความหมายของชีวิต

    33. การตั้งคำถามบางคำ ดีกว่ารู้คำตอบทั้งหมด

    34.เราไม่สามารถมีความสุขได้ตลอดเวลา แต่เราสามารถมอบความสุขได้ตลอดเวลา

    35.ชีวิตที่อยู่เพื่อผู้อื่น เป็นชีวิตที่ใช้อย่างคุ้มค่า

    36.วิกฤตการณ์ในอดีตเป็นเรื่องตลกสำหรับอนาคต

    37.การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใคร
    สักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง

    38.ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความ รู้สึก ความ
    ลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว

    39.เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลงประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น แต่เราก็มัว
    แต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนานจนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูที่เปิดไว้รอ

    40.เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกัน โดยไม่พูดอะไร
    กันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกัน อย่างประทับใจที่
    สุด

    41.การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคนไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่า
    หวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่น
    นั้น ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง

    42. อย่าบอกลาถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไป
    ไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณไม่สามารถทำใจ

    43.การที่เราจะประทับใจใครนั้นใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครใช้เวลา
    เพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้น
    ต้องใช้เวลาชั่วชีวิต

    44. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะ
    มันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว สามารถทำ
    ให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส ขอให้คุณพบคนที่ทำให้คุณยิ้มได้

    45. คำพูดที่ไม่ได้ยั้งคิดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง คำพูดที่โหดร้ายอาจทำลาย
    ชีวิต คำพูดที่เหมาะกาลเทศะอาจลดความเครียด คำรักอาจเยียวยาและทำให้มีสุข

    46. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขา
    จากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่ามันเป็นเพียงภาพสะท้อนของตัวเรา ที่
    ปรากฏในพวกเขา

    47. คนที่มีความสุขที่สุดไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขา
    สามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก

    48.ความรักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม งอกงามด้วยรอยจูบ และจบลงด้วยคราบน้ำตา

    49. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่แสนเจ็บปวด คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไป
    ได้ดี ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ

    50. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อ
    ตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ

    อย่ารักกันเพียงเพราะว่า...

    อย่ารักเพราะแค่สงสาร เพราะเขาคงทรมานใจ

    อย่ารักเพียงคิดลองคบไป แต่จงเชื่อใจในตัวเขา

    อย่ารักเพียงเพราะเพื่อนว่าดี เพราะคนๆนี้อาจไม่ได้รักเรา

    จงรักเพราะเธอรักเขา และมั่นใจจะก้าวไปด้วยกัน

     
    อย่ารักเพียงพอคบได้ ถ้าเขาไม่ใช่คนที่เธอฝัน

    อย่ารักเพียงข้ามเวลาไปวันๆ เพราะเธอกำลังฆ่าคนๆนั้นค่อยๆตาย

    อย่ารักถ้าหัวใจกล้ำกลืน เพราะเธอไม่อาจฝืนให้สุขได้

    อย่ารักคนที่ผ่านมาแล้วผ่านไป จงรักคนที่หยุดหัวใจไว้กับเธอ

    อย่ารักแล้วรีบจะผูกพันธ์ ถ้าคนๆนั้นเธอพึ่งรู้จัก

    อย่ารักใครง่ายเกินไปนัก จงดูใจกันสักพักก่อนเชื่อใจ

    อย่ารักใครหลายคน เพราะไม่มีใครทนเป็นรองได้

    จงรักคนที่เธอพร้อมให้เขาทั้งหัวใจ และพร้อมจะเคียงข้างกันไปชั่วนิรันดร์

    เรื่องเล่าความรักของดวงดาว

    กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
    บนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ไร้หมู่ดาว
    มีพระจันทร์เต็มดวงทอแสงอยู่สองดวง
    ดวงหนึ่ง...
    เป็นดวงจันทร์ที่เป็นผู้หญิง
    มีนามว่าจันทรา
    อีกดวงหนึ่ง...
    เป็นดวงจันทร์ผู้ชาย
    มีนามว่าดารา

    ดาราหลงรักจันทราเป็นอันมาก
    แต่...
    ตัวจันทรานั้นยังไม่ได้ตัดสินใจอันใด
    ทั้งคู่จึงอยู่คู่กันมาแสนนาน

    จนวันที่จันทราได้มาพบกับดวงอาทิตย์ก็มาถึง
    ดวงอาทิตย์นั้นช่างทรงพลังนัก
    เปี่ยมไปด้วยความเจิดจรัส
    อยู่บนท้องฟ้าเพี่ยงหนึ่งเดียว
    จันทราหลงรักดวงอาทิตย์เข้าแล้ว
    จึ่งทิ้งให้ดาราอยู่เดียวดายเพียงลำพัง
    ในคืนอันว้าเหว่

    ทุกๆ วัน
    ดาราเฝ้าแต่เหม่อหา
    รอเพียงแต่จันทราจะกลับมา
    วันคืนผ่านไป...
    นับวัน...
    นับเดื่อน...
    ปี...

    ไม่มีแม้แต่ความเจิดจรัสใดที่จะพอให้ดารา
    ลืมเลือนจันทราไปได้เลย
    ดาราจึงถามหาจันทราเอากับหมู่มวลแมลง
    แมลงจึงตอบกลับไปว่า
    ลำพังพวกแมลงไม่เห็นหรอก
    เพราะแมลงถึงจะมีมาก
    แต่ก็ต่างเผ่าต่างพันธุ์กันไป
    แมลงจึงบอกกับดาราว่า
    ทำไม
    ไม่ทำให้ความเจิดจรัสที่ท่านมีอยู่ให้เป็นประโยชน์
    ปล่อยให้เศษเสี้ยวของความสว่างที่ท่านมีอยู่
    ได้กระจายออกไป
    ออกไปเพื่อตามหาจันทรา
    ไม่แน่ว่าวันนึง
    ท่านอาจจะได้เจอนาง

    ดาราเชื่อตามนั้น
    คืนต่อมา...
    ความสว่างไสวได้กระจายเต็มท้องฟ้า
    แปรเปลี่ยนไปเป็นหมู่ดารา
    ที่ทอแสงสว่างทั่วทั้งปฐพียามค่ำคืน
    เพื่อหญิงอันเป็นที่รัก



    ......................................................


    ดวงอาทิตย์นั้น
    เปี่ยมไปด้วยพละกำลัง
    ความยิ่งใหญ่ที่มี
    ทำให้ความสว่างไสวของจันทรา
    เป็นเพียงแสงของหิ่งห้อย
    ที่ปรากฎตัวเมื่อยามสว่าง
    ไม่มีเลยแม้ซักครั้ง
    ที่ดวงอาทิตย์จะหันมาแหลวแลจันทรา
    ความผิดหวังที่ก่อเกิดในใจ
    จันทราจึงกลับมาสู่ท้องฟ้าอันมืดมิด
    ที่เปรียบเสมือน
    บ้านเก่า...

    จันทรากลับมา
    พร้อมกับสิ่งที่เสียไป
    ไม่มีดาราอยู่อยู่แล้ว
    คนที่รักเธอยิ่งดวงใจ
    เธอไม่เคยเห็นความสำคัญของดาราเลย
    จนวันที่เธอถูกทอดทิ้ง
    เธอจึงระลึกได้ว่า
    ยังมีชายอีกหนึ่ง
    ที่ไม่ว่านานเท่าใด
    เขาก็จะอยู่กับเธอ
    .............................................
    แต่...
    นี่เขาไปไหน
    .............................................
    วันเวลาผ่านไป
    ความมืดมิดที่ค่อยๆ กลืนความสว่างไป
    ความเหงาของจันทราก็หวนกลับมา
    ไม่มีแม้ซักครั้งที่ดาราจะกลับมา

    ทุกๆ เดือน
    จันทราจะกลับมาเพื่อรอดาราหนึ่งคืน
    สิ่งที่เธอแสดงให้เห็นในการเรียกหาดารา
    คือความสว่างไสวสวยงามยามค่ำคืน
    ของพระจันทร์เต็มดวง

    แต่ทุกคืน
    ที่ดารากลับมา
    ก็จะไม่มีความสุขสดใสนั้นรออยู่

    ไม่มีวันใด
    ที่ทั้งคู่จะได้เจอกันอีกเลย

    เปรียบเสมือน
    คืนใดที่พระจันทร์นั้นทอแสงสว่างไสวเต็มดวง
    ก็จะไม่มีดาว
    ที่กระพริบเพรียกหา
    อยู่ให้เห็นอย่างเดิม

    ...................The End......................


    นิทานเรื่องนี้
    สอนให้รู้ว่า
    สิ่งใดที่เราเสียไป
    เวลาอาจจะนำมันคืนกลับมาให้เราได้
    แต่...
    สิ่งใดที่เราทิ้งไป
    แม้เวลาหรือโชคชะตา
    ก็ไม่มีวันทำให้มันกลับมาเป็นของเราได้ดังเดิม

    เรื่องย่อ Coffee Prince "รักวุ่นวายของเจ้าชายกาแฟ"

    coffeeprince01

    Coffee prince

    จากที่มาhttp://www.popcornfor2.com/dramas/coffeeprince.php

    โกอึนชานหญิงสาวที่ครอบครัวสูญเสียพ่อเธอต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวทำงานหนักโดยไม่เกี่ยงงอนว่าเป็นงานอะไรเพื่อดูแลแม่และน้องสาว ด้วยลักษณะการไว้ผมและการแต่งกายที่เหมือนเด็กผู้ชายใครที่ไม่คุ้นเคยกับครอบครัวเธอมักเข้าใจผิดว่าหญิงสาวแข็งแรงคนนี้เป็นผู้ชายทั้งนั้น เช่นเดียวกับ ชอยฮันกุลเมื่อพบโกอึนชานครั้งแรกเขาก็เข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นเด็กหนุ่มหน้าหวานที่น่ารำคาญคนหนึ่งเท่านั้น

    เพื่อให้ย่าและแม่เลิกบังคับชอยฮันกุลจับคู่ดูตัว ชอยฮันกุลจึงจ้างโกอึนชานเป็นคู่รักชั่วคราวเพื่อสร้างสถานการณ์ให้บรรดาสาว ๆ ของย่าเข้าใจผิดว่าเขาเป็นพวกวิปริตชอบไม้ป่าเดียวกันแล้วต่างพากันเลิกวุ่นวายกับเขาไปในที่สุด โกอึนชานจึงก้าวเข้าไปสนิทสนมกับชอยฮันกุลมากขึ้นแม้แต่แรกพวกเขาสองคนเหมือนจะไม่ต้องชะตากันนักก็ตาม

    เมื่อโกอึนชานรู้ว่าชอยฮันกุลถูกครอบครัวบังคับให้ต้องเข้าไปบริหารกิจการร้านกาแฟให้มียอดขายสูงขึ้นเธอจึงสนับสนุนให้เขารับงานนั้นโดยเสนอตัวเข้าไปทำงานเป็นลูกจ้างร้านกาแฟด้วยโดยไม่เปิดเผยตัวเองว่าเป็นผู้หญิงเพราะคอนเซ็ปของร้านนั้นชอยฮันกุลจ้างแต่หนุ่ม ๆ เข้ามาทำงานเท่านั้นให้สอดคล้องกับชื่อของร้าน coffee prince…

    ชอยฮันกุลชวนฮาริมรุ่นน้องที่เขารู้จักมานานมาทำงานที่ร้าน โดยมีโนซังกิหนุ่มญี่ปุ่นที่เปิดร้านรถเข็นวาฟเฟิลมีลูกค้าสาว ๆ ที่หลงใหลทั้งรสชาติของวาฟเฟิลและความหล่อเท่ห์ของโนซังกิมาทำงานที่ร้านอีกคน ฮวางมินยพหนุ่มสูงใหญ่แข็งแรงที่ตามจีบโกอึนเชน้องสาวโกอึนชานอยู่ก็ได้เข้ามาทำงานที่ร้านแบบไม่ได้ตั้งใจนัก โดยชอยฮันกุลต้องรับบทผู้จัดการร้านในฐานะเดียวกับผู้จัดการฮง…ผู้จัดการร้านคนเก่าที่มีความสามารถด้านการชงกาแฟและเป็นที่วางใจของย่า
    ชอยฮันกุลต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงร้านใหม่หมด เขาได้ฮันยูจูศิลปินสาวมาช่วยเขียนภาพ ชอยฮันกุลแอบหลงรักฮันยูจูมานานแล้วแต่เธอไม่เคยมองเขามากกว่าเพื่อนหรือญาติของผู้ชายที่ฮันยูจูรัก แม้ฮันยูจูจะ

    รักชอยฮันซองญาติผู้พี่ของชอยฮันกุลที่มีอาชีพเป็นคนทำดนตรีแต่ฮันยูจูก็รักงานของเธอยิ่งนักเธอเคยทิ้งชอยฮันซองไปทำให้เขาอกหักนานปี แต่เมื่อค้นพบว่าแท้จริงแล้วคนที่เธอรักคือชอยฮันซอง ฮันยูจูจึงกลับมาหาเขา ทว่าหัวใจของชอยฮันซองยังเจ็บปวดเขาจึงไม่มั่นใจว่ายังรักฮันยูจูหรือเปล่า อีกทั้งเขาได้รู้จักกับสาวน้อยร่าเริงอย่างโกอึนชานที่เธอมักมาส่งนมที่บ้านเขาแล้วเล่นกับสุนัขของเขาบ่อย ๆ … เขาสามารถคุยกับโกอึนชานได้ทุก ๆ เรื่องอย่างสบายใจ โดยเขาไม่รู้ว่าเวลานั้นโกอึนชานแอบชอบเขาอยู่เงียบ ๆ แต่โกอึนชานก็ต้องอกหักเมื่อชอยฮันซองกลับไปคืนดีกับฮันยูจู

    การต้องทำงานเป็นเด็กในร้านกาแฟในคราบผู้ชายกับเพื่อน ๆ ผู้ชายทั้งหมด ในร้านมีเพียงผู้จัดการฮงที่รู้ว่าโกอึนชานเป็นผู้หญิงเพราะเขารู้จักเธอและครอบครัวเป็นอย่างดีแต่ต้องช่วยเธอปิดความลับไว้เพราะไม่อยากให้เธอเสียงานที่ร้านไป ชอยฮันกุลเริ่มสนิทสนมกับโกอึนชานมากขึ้นทุกวัน ทะเลาะกันบ่อย ๆ แต่เขาก็แปลกใจตัวเองที่ชอบหยอกเย้า ชอบเล่นหัวกับเธออย่างสนิทสนม จนความรู้สึกรักที่เคยคิดว่ามีให้ฮันยูจูเริ่มค่อย ๆ จางหายไป… ความรู้สึกดี ๆ เกิดขึ้นเงียบ ๆ ในหัวใจเขา...ในช่วงเวลาที่เขาอยู่กับหนุ่มน้อยหน้าหวานอย่างโกอึนชานแทน
    ชอยฮันซองมาที่ร้านกาแฟแล้วพบโกอึนชานทำงานที่นั่นในคราบผู้ชาย เธอขอให้เขาช่วยเก็บความลับไว้แม้จะแอบรู้สึกว่าเวลานั้นการทำงานที่ร้านในคราบชายหนุ่มอาจเป็นเพียงข้ออ้างได้อยู่ในร้านกาแฟแล้วทำงานใกล้ชิดชอยฮันกุลเท่านั้น ซึ่งซอยฮันซองรู้สึกว่าโกอึนชานแอบหลงรักชอยฮันกุลเสียแล้ว ดังนั้น ความรู้สึกดี ๆ ที่เขามีให้โกอึนชานจำต้องเก็บซ่อนไว้...โดยชอยฮันซองไม่คิดว่าฮันยูจูจะระแวงสงสัยเมื่อเธอแม้จะกลับมาคืนดีกับชอยฮันซองแล้วแต่เธอกลับไม่ได้สำคัญกับเขาเหมือนเมื่อก่อน

    แม้จะปกปิดความลับเรื่องโกอึนชานเป็นผู้หญิงอย่างไร แต่ทว่าฮวางมินยพก็รู้ความลับนั้นจนได้ แต่เพราะโกอึนชานเป็นพี่สาวของผู้หญิงที่เขารักเขาจึงช่วยเธอเก็บความลับให้ทั้งยังคอยกันหนุ่ม ๆ ที่เข้ามาถูกเนื้อต้องตัวโกอึนชานเพราะไม่รู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงให้อีกด้วย แต่ฮวางมินยพก็ไม่ใช่คนเก็บความลับเก่ง เขาเผลอบอกให้โนซังกิรู้จนได้ว่าโกอึนชานเป็นผู้หญิง


    กิจการร้านกาแฟดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนเรื่อย ๆ เพราะการทำการตลาดของชอยฮันกุลที่ได้พิสูจน์ให้ย่าเห็นว่าเขาเป็นคนเอางานเอาการเหมือนกัน ขณะที่งานกำลังไปได้สวย แต่เรื่องของหัวใจของชอยฮันกุลไม่อาจจัดการได้สำเร็จเมื่อเขากำลังสับสนและขัดแย้งในตัวเองอย่างยิ่ง เพราะเขากำลังตกหลุมรักโกอึนชาน...ในคราบผู้ชาย ยิ่งก่อนหน้าจะรู้ใจตัวเองโกอึนชานยังมาสารภาพว่ารักเขาเสียอีก… หัวใจชอยฮันกุลจึงเสียศูนย์....

    เพราะไม่ต้องการเป็นพวกรักวิปริตเขาจึงพยายามบังคับตนเองให้ห่างเหินโกอึนชาน...แต่ไม่เคยทำสำเร็จสักครั้ง ยามเห็นหนุ่ม ๆ เข้าใกล้โกอึนชานเขากลับยิ่งหึงหวงเสียอีก สุดท้ายเมื่อตัดใจจากโกอึนชานไม่ได้แน่แล้ว ชอยฮันกุลจึงยอมสารภาพรักต่อเธอแล้วคบกับโกอึนชานแม้เธอจะเป็นผู้ชายก็ตาม…

    โกอึนชานไม่ต้องการซ่อนความลับเรื่องผู้หญิงในคราบผู้ชายของเธอต่อไปอีก เมื่อเธอและชอยฮันกุลต่างรักกันเธอจึงตั้งใจสารภาพความจริงกับชอยฮันกุล แต่ฮาริมรู้ความลับนั้นจากเพื่อนก่อน ๆ เขาโกรธแทนชอยฮันกุลที่ถูกโกอึนชานหลอกเพราะเขารู้ดีว่าชอยฮันกุลเจ็บปวดกับความรู้สึกรักวิปริตของเขามากเพียงไร ฮาริมจึงเป็นฝ่ายหลุดปากบอกชอยฮันกุลว่าโกอึนชานเป็นผู้หญิงเสียก่อนโกอึนชานจะได้สารภาพความจริงจากปากเธอ

    ชอยฮันกุลรู้สึกโกรธเมื่อเขาถูกโกอึนชานหลอกปิดบังความจริงมาตลอดเขาจึงไม่อาจทำใจยอมรับความจริงนั้นได้ จึงเลิกคบกับเธอแล้วไล่เธอออกจากร้านแม้โกอึนชานจะพยายามง้อแล้วขอโทษเพียงไรก็ตาม

    ชอยฮันกุลต่อว่าชอยฮันซองอย่างรุนแรงทันทีที่รู้ว่าเขาช่วยโกอึนชานปกปิดความจริงอีกคน…ยิ่งได้ลำดับเหตุการณ์แล้วทำให้รู้ว่าผู้หญิงที่ทำให้ฮันยูจูเจ็บเพราะเธอบอกว่าชอยฮันซองมีผู้หญิงอีกคนในหัวใจ คน ๆ นั้นก็คือ โกอึนชาน นั่นเอง

    แรก ๆ นั้นฮาริมก็โกรธที่โกอึนชานทำให้ชอยฮันกุลเจ็บปวด แต่ต่อมาเขาและทุกคนในร้านต่างพากันช่วยลุ้นให้ชอยฮันกุลคืนดีกับโกอึนชานเสียที โดยผู้จัดการฮงถึงกับต้องลงทุนนอนเอกเขนกอยู่บ้านไม่ทำงานทำการ ทำให้ที่ร้านขาดคนชงกาแฟฝีมือดี เพื่อน ๆ ในร้านพากันบอกเล่าถึงความลำบากของโกอึนชานหลังจากเธอถูกไล่ออกจากร้านกาแฟเพื่อให้ชอยฮันกุลเห็นใจเธอ ...แม้แต่ชอยฮันซองก็ช่วยทำหน้าที่เป็นกาวใจให้อีกคนด้วยการบอกให้ชอยฮันกุลรู้ว่า แม้เขาจะชอบโกอึนชานแต่โกอึนชานชอบชอยฮันกุลมานานแล้ว เธอมักปรึกษาเรื่องหัวใจของเธอกับเขาเสมอ ...เมื่อใคร ๆ ก็เข้าข้างโกอึนชานไปหมด… เมื่อหัวใจของเขาส่งสัญญาณว่าไม่อาจจะมีความสุขโดยปราศจากเธอเขาจึงไปง้อโกอึนชานกลับมาทำงานที่ร้านกาแฟดังเดิม

    coffeeprince04

    บรรยากาศตึงเครียดในร้านกลับคืนสู่สภาวะปกติ...แม้บางเวลาอาจจะดูหวานมากไปหน่อยในสายตาทุกคนในร้านกาแฟเพราะผู้จัดการร้านและพนักงานสาวกำลังตกหลุมรักกันและกัน...ชอยฮันกุลพาโกอึนชานไปเที่ยวบ้าน ย่าของเขาชอบโกอึนชานมากแต่พอรู้ว่าโกอึนชานเป็นผู้หญิงแล้วกำลังคบกับชอยฮันกุลก็โกรธมากเพราะโกอึนชานไม่มีคุณสมบัติคู่ควรกับหลานชายตน ไม่ว่าจะเรื่องฐานะ การศึกษา แถมโกอึนชานยังดูเหมือนเด็กผู้ชายมากกว่าผู้หญิงเสียอีก ย่าจึงบังคับให้โกอึนชานเลิกกับชอยฮันกุลโดยจะให้เงินเธอแต่โกอึนชานไม่ยอมรับ

    ฮันยูจูตัดสินใจจะไปจากชอยฮันซองเพราะระหว่างที่เขาคบเธอเขากลับมีโกอึนชานซ่อนไว้...จนสองฝ่ายทะเลาะกัน แต่นาทีที่ฮันยูจูตัดใจทิ้งเขาไปชอยฮันซองก็รู้ว่า คนที่เขาต้องการจริง ๆ แล้ว คือฮันยูจู เขาจึงพยายามห้ามไม่ให้เธอไปจากเขาแต่ไม่ทันเพราะฮันยูจูแม้จะไม่ได้บินไปเมืองนอกแต่เขาก็ไม่รู้เลยว่าเธอไปที่ไหนก็ได้แต่โทรศัพท์แล้วทิ้งข้อความไว้ให้เธอ ...

    ฮันยูจูอยู่ที่ไหน ชอยฮันซองจะตามหาเธอพบหรือไม่....

    โกอึนชานที่เริ่มผูกพันกับร้านกาแฟและมีความฝันอยากจะเป็นนักชงกาแฟฝีมือเยี่ยมจะสามารถผ่านด่านคุณย่ามหาภัยไปได้หรือไม่... มีเพียงความรัก มีเพียงความมุ่งมันกับความฝัน …จะทำให้หนุ่มสาวเหล่านั้นฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้หรือไม่ …Coffee prince ร้านกาแฟที่อบอวลด้วยกลิ่นกรุ่นแห่งรัก....


    เรื่องเล่าโดย ราดหน้าจากที่มาhttp://www.popcornfor2.com/dramas/coffeeprince.php

    Thailand Web Stat

    ความแตกต่างระหว่าง รักกับชอบ

    Red heart
    Red heartต่อหน้าคนที่คุณรักหัวใจคุณเต้นรัว                         

    Red heartต่อหน้าคนที่คุณชอบ คุณรุ้สึกมีความสุข

    Red heartต่อหน้าคนที่คุณรักฤดูหนาวเป็นเหมือนฤดูใบไม้ผลิ

    Red heartต่อหน้าคนที่คุณชอบฤดูหนาวเป็นฤดูหนาวที่งดงาม

    Red heartถ้าคุนจ้องหน้าคนที่คุณรัก คุณจะหน้าแดง

    Red heartถ้าคุนจ้องตาคนที่คุณชอบ คุณจะยิ้มออกมา

    Red heartต่อหน้าคนที่คุณรักคุนไม่สามารถพูดทุกสิ่งในใจคุณได้

    Red heartต่อหน้าคนที่คุณชอบคุณทำได้

    Red heartต่อหน้าคนที่คุณรักคุนจะเขินอาย

    Red heartต่อหน้าคนที่คุณชอบคุณเปิดเผยความเป็นคุณได้

    Red heartคนที่คุณรักมักเข้ามาอยุ่ในใจคุณทุก 2 นาที

    Red heartคุณไม่สามารถสบตาคนที่คุณรักตรงๆได้

    Red heartแต่คุณยิ้มและสบตาคนที่คุณชอบตรงๆได้

    Red heartเมื่อคนที่คุณรักร้องไห้คุณจะร้องไห้ไปกับเขา

    Red heartแต่เมื่อคนที่คุณชอบร้องไห้คุณจะปลอบเขา

    Red heartความรุ้สึกเริ่มต้นจากดวงตา ความรุ้สึกชอบเริ่มต้นที่หู

    Broken heartฉะนั้นถ้าคุณจะเลิกชอบคนที่คุณชอบ ก็แค่ปิดหูของคุณเท่านั้นก็พอ

    Broken heartแต่ถ้าคุณพยายามจะปิดตา รักจะกลายเป็นนํ้าตา และ เมื่อคุณปิดตาขึ้นอีกครั้ง ....

    Red heartRed heartคุณก็จะได้รุ้ว่า สิ่งที่คุณเสียไปคือคนที่คุณรักมากที่สุด .... Broken heartBroken heart
     

    ความรัก กับการรอคอย

    ทหารหนุ่มแอบหลงรักเจ้าหญิงเลอโฉม

    เขาตระหนักถึงความสูงส่งของเธอ

    เฉกเช่นเดียวกับที่ตระหนักถึงความต่ำต้อยตน

    แต่เขายังรวบรวมความกล้า เดินเสี่ยงตายเข้าไปบอกเธอว่า “รัก”

    และจะอยู่บนโลกต่อไปโดยไม่มีเธอไม่ได้

    เจ้าหญิงผู้เป็นดวงใจตอบเขาว่า

    ”ถ้าสามารถรอคอยอยู่ใต้ระเบียงห้องเธอได้ติดต่อกัน

    100 วัน 100 คืน เธอจะเป็นของเขาตลอดไป”



    ณ ใต้ระเบียง ทหารหนุ่มเฝ้ารอคอยอยู่ตรงนั้น

    วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า

    โดยไม่ยอมขยับเขยื้อนกายไปไหน

    เขารอคอยในสายลมบาดผิว

    รอคอยในสายฝนกระหน่ำ

    รอคอยในความหนาวเหน็บของหิมะ

    วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า

    โดยมีเจ้าหญิงของเขาเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา

    เธอเห็นหยาดน้ำตาของเขาพรูพรายเป็นสาย

    จนกระทั่งในคืนที่ 99

    ทหารหนุ่ม หยุดร้องไห้

    หยุดรอคอย

    หยุดทุกอย่างไว้

    แล้วหันหลังเดินจากไป .........



    เรื่องนี้ไม่มีตอนจบ แต่มีบางคำถาม บางคำตอบในใจ

    ความรักของเธอกับเขาอาจจะเหมือน “นาฬิกาทราย “

    เมื่อฝ่ายหนึ่งเริ่มหมดรักไปในใจอีกฝ่ายหนึ่งกลับรักขึ้นมาใหม่เต็มเปี่ยม

    แต่บางทีทหารหนุ่มอาจตั้งใจแค่แสดงให้เห็นว่าเขารักเธอจริงแท้แค่ไหน

    แค่พิสูจน์ให้เห็น แต่ไม่ต้องการ ครอบครองไว้

    หรือบางทีเขาอาจเสียใจ

    ต้องตัดใจจากไปเพราะรักเขาถูกทำร้ายย่ำยี

    หรือบางทีเป็นเจ้าหญิงเองที่เสียใจ

    เพราะไม่เคยมีใครรักเธอได้อีกถึงเพียงนี้......



    ความรัก เป็นสิ่งที่ออกแบบไม่ได้

    ความรัก เป็นเรื่องที่บังคับใจกันไม่ได้

    ความรัก ที่บริสุทธิ์ คือ การให้...

    ให้โดยที่ไม่หวังว่าจะได้อะไรตอบแทน

    ............ ...........

    .........แต่ในความเป็นจริงแล้ว

    ผู้ที่ให้มักจะหวังอยู่ลึกๆ

    ที่จะได้ความรักเป็นสิ่งตอบแทน..เสมอ

    และเมื่อเค้าได้ ความรัก กลับมาแล้ว

    มีเพียงน้อยคนนักที่จะสามารถให้ในลักษณะนี้ได้ตลอดไป



    ความอดทนอยู่คู่กับความรักไม่ได้

    แต่ความเข้าใจต่างหากที่ควรเคียงคู่กันไป

    ถูกต้องที่ “เวลา” เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ทุกอย่าง

    ................. โดยเฉพาะความรัก



    การประคองให้รักกันได้ตลอดไป

    เป็นสิ่งที่ยากกว่าการจะทำอย่างใรให้รักกัน



    เจ้าหญิงไม่ผิด และ ทหารผู้นี้ก็ไม่ผิด

    เพียงแต่เวลาของ ความรัก ของสองคนนี้...

    ไม่เท่ากันเท่านั้นเอง



    เราจะรู้ค่าของสิ่งของสิ่งหนึ่ง เมื่อเราได้รู้ว่า
    เรา... “ได้เสียมันไปแล้ว”

    ความรัก กับน้ำเปล่า

     
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ...ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... บางครั้งเราก็ต้องการมากแต่บางครั้งมันก็น่าเบื่อ

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า … มันทำให้เรารู้สึกสดชื่นและมีกำลังใจจะทำอะไรต่อ

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... มันอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไร

    ... แต่มันกลับมีอิทธิพลต่อชีวิตเรามาก

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... น้อยไปก็กระหาย มากไปก็เอียน

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... ยิ่งห่างเหินมันนานเท่าไร ยิ่งกระหายมันมากเท่านั้น

    ใครจะ "ขัดขวาง" ความรัก คงจะไม่สำเร็จอย่างที่คิด

    ใครจะ "ตัดใจ" จากความรัก คงจะทำไม่ได้เช่นกัน

    หรือใครที่คิดจะ "ลืม" ความรักล่ะก็ ไม่มีทาง

    เหมือนกับน้ำเปล่า

    คุณลืมน้ำเปล่าได้หรือ

    อย่าเข้าใจว่า ความรักคือน้ำหวาน หรือน้ำอัดลมซ่าๆ

    มันจะเป็นเพียงแค่น้ำเปล่าเท่านั้น ถ้ามันเป็นรักแท้ …..

    แม้น้ำเปล่า จะซาบซ่า ไม่เทียบเท่าน้ำหวาน หรือน้ำอัดลม

    แม้น้ำเปล่าจะไร้น้ำตาลซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพลัง

    แต่น้ำเปล่า มันแทบไม่มีผลข้างเคียงเลย

    มันรักษาคุณค่าเอาไว้ได้ดีกว่าน้ำใด ๆ

    น้ำเปล่า เจอกับเกลือ มันก็ละลายเกลือ

    เหมือนกับรักแท้ …

    คนที่รักคุณจริงๆ เมื่อคุณเจอกับความทุกข์

    เขาก็จะพยายามรับความทุกข์จากคุณไว้ให้มากที่สุด

    ตำนานกามเทพ

     
    ในอดีตกาลนามมาแล้ว เค้าว่ากันว่า
    มนุษย์ทุกคนมีหัวใจด้วยกันทั้งหมดสองดวง
    แต่ยังมีเทวดาน้อยอยู่องค์หนึ่งซึ่งไม่รู้จักสิ่งที่เค้าเรียกว่าหัวใจ
    ด้วยความที่สงสัยว่าหัวใจนั้นมันเป็นอย่างไร
    เทวดาน้อยจึงได้ไปถามนางฟ้าผู้ที่ดูแลทางเข้าออกของประตูสวรรค์…
    “ท่านนางฟ้า โปรดบอกข้า หัวใจคืออะไร…?”
    “หัวใจ…ก็คือสิ่ง บริสุทธิ์ สวยงามที่สุดของมนุษย์ยังไงเล่า”
    “แล้วสิ่งที่เรียกมนุษย์อยู่แห่งใดล่ะ…?”
    “อยู่เบื้องล่างยังอีกฟากของประตูสวรรค์นี่ยังไงเล่า“
    “เปิดประตูให้ข้าไปชมหัวใจของมนุษย์ได้มั้ย นางฟ้า…?”
    “มิได้หรอก มันผิดกฎของสวรรค์ เจ้ากลับไปซะเถอะ
    แค่เจ้ามาสนทนากับข้าก็ผิดมากเท่าใดแล้ว เจ้ารู้ตัวมั้ย เจ้าเทวดาน้อย”
    เทวดาน้อยทำทีว่าหันหลังกลับไป
    แต่ด้วยความที่อยากได้หัวใจมาครอบครองไว้เป็นของตน จึงได้นำคันศรธนูมา
    แล้วยิงไปที่นางฟ้าผู้รักษาประตูสวรรค์หวังจะให้นางฟ้านั้นสลบไป
    ในชั่วข้ามคืนนั้นเอง เทวดาน้อยแอบเปิดประตูสวรรค์แล้วบินไปยังโลกมนุษย์
    กลางดึกของคืนนี้เป็นคืนที่เงียบสงบ
    มนุษย์ทุกคนต่างหลับกันหมดแล้ว
    เทวดาน้อยจึงแอบบินเข้าไปในบ้านของมนุษย์ทุกคน
    แล้วไปเอาสิ่งที่เรียกว่า
    “หัวใจ” ของทุกคนบนโลกมนุษย์ มาคนละหนึ่งดวง
    แล้วนำลอยขึ้นไปบนสวรรค์
    หวังจะขโมยกลับไปเป็นของตน
    แต่ระหว่างที่เทวดาน้อยกำลังกลับเข้าไป
    ปากทางของประตูสวรรค์ได้มีนางฟ้าและเทวดาแห่งความรักยืนกั้นอยู่
    เทวดาน้อยเห็นดังนั้นจึงบินหนี
    แต่นางฟ้าองค์หนึ่งได้บินตามเพื่อมาแย่งหัวใจของมนุษย์ทั้งหมดมาไว้
    แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อหัวใจทั้งหมดได้เกิดกระจายออก
    แล้วร่วงโปรยปรายไปยังบนโลกมนุษย์และได้เกิดการสลับสับเปลี่ยนเจ้าของหัวใจกันในค่ำคืนนั้นเอง…
    เทวดาน้อยถูกลงโทษด้วยการเป็นเด็กตลอดกาล
    และเปลี่ยนชื่อเป็นกามเทพให้อยู่บนโลกมนุษย์เพื่อตามหาหัวใจสองดวงของมนุษย์ที่ไปอยู่กับใครอีกดวงหนึ่ง
    ให้มาพบกันตลอดไป

     แล้วกามเทพของฉันคงใช้เวลาหานานหน่อยแล้วล่ะ ฮาๆๆ

     

    50 ข้อดีของการไม่มีแฟน

     
    50 ข้อนี้ คุณว่าจริงไหม!?

    1.มีเวลาทำอย่างอื่นนอกจากดูหนัง คุยโทรศัพท์ งอนง้อ

    2.มีเวลาอยู่กับเพื่อนมากขึ้น

    3.กลับบ้านดึกก็ได้ไม่ต้องโทรรายงานใคร

    4.ไม่ต้องทะเลาะกับใคร ไม่สุขมากแต่ก็ไม่ทุกข์แล้วกัน

    5.ประหยัดค่าใช้จ่าย แบบว่าไม่รู้จะไปเที่ยวไหน ไม่ต้องคอยซื้อของขวัญอะไรให้ใคร

    6.ร้องเพลงคนไม่มีแฟนของพี่เบิร์ดได้อย่างสะใจมันในอารมณ์อย่างสุดๆ

    7.ไม่ต้องคอยเอาใจคนอื่น

    8.ไม่ต้องพบเพื่อนของแฟนที่เราไม่อยากรู้จัก

    9.ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาแย่งแฟนเรา เพราะไม่มีให้ใครมาแย่ง

    10.มีคนคอยเป็นห่วงเยอะ (และคอยถามว่าทำไมไม่มีแฟน)

    11.ไม่ต้องคอยหึงหวง ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นอีกเยอะ

    12.ไม่ต้องห่วงว่าเค้าจะสบายดีรึเปล่า

    13.มีเวลาให้ตัวเองเต็มที่

    14.ไม่ต้องฟังคำว่า "อนาคตของเรา และ รักแท้"

    15.ไม่ต้องอกหัก อันนี้สำคัญมาก

    16.ไม่ต้องกังวลว่าวันนี้จะใส่ชุดอะไรดีถึงจะถูกใจเขา

    17.ไปหาเพื่อนน่ะแต่งตัวแบบไหนก้อได้ เพราะเพื่อนรับได้ตลอด

    18.ไม่ต้องคอยเช็ค sms เผื่อว่าเขาส่งมาแล้วยังไม่ได้ส่งกลับ( เฮ้อออ....เปลืองอ่า )

    19.อยากเหล่ อยากจิกใครก็ได้ ไม่มีคนคอยตามประกบ

    20.พ่อแม่จะรักเป็นพิเศษเพราะอยู่ติดบ้าน

    21.ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเอง เพื่อเอาใจเขา หรือใจใคร

    22.ไม่ต้องรอคำสัญญาที่มันไม่เป็นความจริง

    23.ไม่ต้องคิดมาก

    24.มีทางเลือกให้กับชีวิตเพิ่มขึ้น

    25.........ไม่ต้องร้องไห้.........

    26.ได้ทำตามใจตัวเองอย่างเป็นสุขไม่ต้องกังวลถึงเขา

    27.คิดถึงคนหลายๆ คนพร้อมกันได้

    28.คิดถึงตัวเองมากขึ้น

    29.ชินกับการอยู่บ้าน เพราะไม่มีแฟนชวนเที่ยว

    30.เล่นเน็ตได้นานสะใจ จะคุยกับใครก็ได้ม่ายมีใครหวง

    31.มีเวลาดูละครน้ำเน่าช่อง 7 ช่อง3 ช่อง 5 และ ITVมากขึ้น หรือดูซีรีย์ได้มากขึ้น หุหุ

    32.เข้าถึงพระธรรมได้ง่ายขึ้น (แต่ไม่ยักกะทำ)

    33.ไม่ต้องคอยโทรศัพท์

    34.ไม่ต้องเปลืองค่าโทรศัพท์โทรหา

    35.จะเหล่ใครก็ไม่มีใครว่าเพราะยังไม่มีใครถูกใจ

    36.ไม่ต้องคอยระแวงว่าคนที่เดินข้างๆ จะเป็นใคร

    37.จะทำอะไรก็ได้

    38.ไม่โดนเพื่อนด่าว่า "ลืมเพื่อน"

    39.คิดถึงใครก็ได้ที่อยากจะคิด

    40.ไม่ต้องโบ๊ะหน้าสวย, หล่อทั้งวัน

    41.ไม่ต้องปกปิดด้านชั่วของตัวเอง

    42.ไม่ต้องดัดเสียงให้ไพเราะและฟังดูน่ารัก

    43.จะทำอะไรไม่ต้องเกรงใจแฟน

    44.ใครจะจีบก็จีบไปเพราะเรา "ไม่มีแฟน"

    45.ร่างกายแข็งแรงเพราะเอาเวลาไปเล่นกีฬา ออกกำลังกาย

    46.สามารถคุยกับสาวๆ หนุ่มๆ ที่สนใจได้โดยไม่รู้สึกผิดเพราะไม่มีแฟน

    47.ไม่ต้องร้องเพลงอกหัก

    48.ประหยัดนํ้าตาไว้ร้องไห้เรื่องอื่น

    49.ไม่ต้องคอยไปรับไปส่งใคร หรือคอยใครมารับส่งแล้วบ่นว่าช้า

    50.ไม่ต้องเสียเวลาเขียนไดอารี่ตอนอกหักหรือตอนถูกทิ้ง

     

    อ่านกันตั้งแต่ ข้อ1 จนถึงข้อ50  รู้แล้วใช่ป่ะ  ว่าทำไมฉันไม่ยอมมีแฟนซักที อิอิ


    น้องน้ำ The star4 กับข้อคิดดีๆ กับชีวิต

    ขอรำลึกถึงน้องน้ำ 
      วันแรกที่ได้ดูน้องเค้า ก็ดูเป็นเด็กธรรมดาเหมือนวัยรุ่นทั่วไป แต่พอรู้ว่าแม่เค้าติดคุกคดีค้ายาบ้า โดยที่น้องเค้าเข้าใจว่าตัวเองเป็นสาเหตุ เพราะน้องเค้าป่วยเป็นโรคร้ายแรง  แต่เมื่อได้เข้ารอบ 8 คนสุดท้ายของ The Star4 ได้ฟังเพลงสุดท้ายที่น้องเค้าร้องในรายการ รู้สึกเศร้า และรู้สึกว่า เรายังประมาทในการใช้ชีวิต ย้อนกลับคิดถึงตัวเองเรายังไม่ได้ทำอะไร หรือทำให้ใครเสียใจหรือเปล่า น้องเค้าอายุแค่นี้ ช่วงเวลาไม่นานที่ได้เห็นเค้า ร้องเพลง ยิ้ม หัวเราะ  แต่ด้วยโรคที่เค้าป่วยซึ่งเราไม่รู้ว่าน้องเค้าป่วยหนักเอามากๆ จนได้ข่าวว่าน้องเค้าเสียชีวิตลง....  เศร้านะที่น้องเค้าจากไปเร็ว   ชีวิตเราก็แค่นี้เร็วหรือสั้นไม่มีใครรู้ เมื่อวานก็แค่เมื่อวาน ดีไม่ดีคงไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว วันนี้และพรุ่งนี้เราจะทำอะไรดีล่ะ... คิดสิคิด แล้วพอวันรุ่งขึ้น เมื่อวานนี้ก็จะดีเอง
     
    น้องน้ำร้องเพลง "ไม่ยอมหมดหวัง" ภาพสุดท้ายในรายการ The Star4
     
     
     
    วันที่ได้ดู อืมน้องเค้าร้องเพลงเพราะดีก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ  พอน้องเค้าเสียแล้วกลับมาดูอีก เพราะและซึ้งมาก น้ำตาไหลเลย
     
     
    ก็เคยฝันใฝ่และเคยมั่นใจในวันนี้
    ว่าคงต้องดี ต้องเป็นได้ดั่งที่ตั้งใจ
    แต่คนทั้งคนที่เป็นความฝันของหัวใจ
    กลับมาทิ้งกันไป ต้องสูญสิ้นไปหมดทุกอย่าง

    ปวดใจเหลือเกิน แต่คงต้องทนข่มความทรมาน
    ฉันจะต้องก้าวผ่าน ตราบฉันยังคงหายใจ

    แม้ว่าจะต้องเสียความรักไป
    แม้ว่าจะไม่เหลือใครสักคน
    มันจะเจ็บจะช้ำกี่หน แต่คนๆ นี้ไม่ท้อใจ
    แม้ว่าในวันนี้มีน้ำตา จะข่มมันให้ไหลอยู่ข้างใน
    ความฝันนั้นจบไป แต่ยังเหลือตัวฉัน

    ก็คงซักวันที่ลมฝนมันจะผ่านพ้น
    ถ้ายอมสู้ทนเพื่อรอพบวันที่สดใส
    อาจมีซักคน สักคนที่ทำให้กันด้วยหัวใจ
    ถึงนานสักเท่าไหร่ แต่ฉันยังคงเฝ้ารอ

    แม้ว่าจะต้องเสียความรักไป
    แม้ว่าจะไม่เหลือใครสักคน
    มันจะเจ็บจะช้ำกี่หน แต่คนๆ นี้ไม่ท้อใจ
    แม้ว่าในวันนี้มีน้ำตา จะข่มมันให้ไหลอยู่ข้างใน
    ความฝันนั้นจบไป แต่ยังเหลือตัวฉัน

    ...อดทนไว้ก่อนใจ จะไม่ยอมหมดหวัง