Own_'s profileSpaces นี้ใช้ตัวหนังสือถ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    ณ ขณะระบายสี


     
      
     
     
     

    ณ ขณะระบายสี

    ............................

    ก่อนหน้านั้นฉันจะระบายสีเมื่อฉันในเวลาที่ฉันสบายใจตามประสาคนอารมณ์ศิลป์(ละเปอะ)

    แต่วันนี้ไม่ใช่ ฉันทำมันทั้งๆที่ตัวฉันเองสับสน อารมณ์ไม่คงเส้นค่อนข้างจะสูงในทางลบ

    ฉันหยิบพู่กันขนาดต่างๆ สีน้ำเตรียมระบายตามอารมณ์(บูด)

    รอบแรกอืม ก็สวยดี แต่มันก็ไม่ดีสำหรับฉัน

    สีสวยๆต่างๆถูกฉันเลือกใช้ ชมพู่หวานแวว สีฟ้าสดใส สีขาวบริสุทธิ์ สีเหลืองเย็นตา

    ระหว่างที่ฉันระบายมัน กะว่าเอาให้หายจากอากาศที่เป็นอยู่

    สีที่ใช้ถูกเพิ่มขึ้นอย่างมากมายจนเต็มจานสี "ไม่พอใช้ไหม งั้นพู่กันป้ายสีัจากหลอดสีก็ได้"

    ผ่านไป 2 ชั่วโมง

    .......................

    ฉันเหลือบมองแก้วน้ำเปล่าที่ไว้สำหรับล้างพู่กันเวลาจะเปลี่ยนสีระบาย

    เริ่มแรกมันสีขาวใส พอลงสีชมพู น้ำก็เปลี่ยนตามสีที่ฉันล้าง

    แต่นานเข้าสีสวยๆที่หยิบจับมาระบายนั้น เมื่อไปรวมอยู่ในแก้วน้ำใบนี้

    มันกลับมองไม่เห็นความสวยงามอย่างที่เห็นก่อนนั้นเลย

    ตอนนี้

    มันกลายเป็นสีดำขุ่นไปแล้ว

    และฉันก็คิดได้ว่า

    "เฮ้ยเป็นบ้าอะไรวะเนี่ย"

    สิ่งที่เราเห็นว่างดงาม อยากได้อยากมี

    กระเสือกกระสนหามาใส่ตัวอยู่ร่ำไปนั้น

    มันดีแล้วหรอ?

    สีที่สวยๆ หลากหลายสีที่เห็น

    จริงอยู่ว่ามันสวย

    แต่เมื่อมันมารวมอยู่ในแก้วใบเดียวกัน

    มากเกินไป

    เรากลับได้เห็นว่ามันไม่ได้สวยงามเลย

    คนเราก็คงเหมือนกัน

    แต่เมื่อไหร่ล่ะที่จะมีคนมาบอกเราว่า

    "สีที่เติมอยู่มันมากเกินแล้วนะ"

    "น้ำที่ใสๆ เริ่มขุ่นแล้วด้วย"

    จิตใจเราถูกปรุงแต่งมากเท่าไหร่

    ตัวตนของเราคงถูกกลืนหายไป

    เช่นเดียวกับสีชมพูเมื่อเริ่มต้น

    .........

    น้องสาว "นิด"


    นาทีนี้เราทำงานมากเกินไปหรือเปล่า?

         ทำงานกันไหม?

     ....................................

    . มีชายหนุ่มไฟแรง ที่มุมานะทำงานอย่างมุ่งมั่น
    เขามีความฝันจะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์กับแฟนสาว
    เธอจะมารอ..ที่หน้าประตูบ้าน..ของเขา หลังจากที่เขาเลิกงาน
    เขาพบเธอ..ก็ยิ้มแย้ม ..ยินดีต้อนรับ.. สนทนากัน..แล้วเธอก็กลับไป
    วันนี้เขากลับถึงบ้าน ช้ากว่าปกติมาก
    แต่แปลกที่ยังเห็นเธอยืนรอที่หน้าบ้านเขา.. เช่นทุกวัน

    โทษทีนะที่รัก วันนี้มีงานด่วน เลยกลับมาช้าไปหน่อย

    เธอยังยิ้มให้เขา   คุณทำงานจนมีรถ มีบ้านอย่างที่ตั้งใจแล้ว
    ทำไมยังทำงานหนักอีกล่ะ ?

    ผมอยากมีบ้านที่มีบริเวณมากก
    ว่านี้

    มีรถที่ดูโอ่อ่ามากกว่านี้ .. เพื่อคุณนะจ๊ะ

    เวลาผ่านไป   1   ปี
    หญิงสาวมาหาเขาบ้าง ไม่มาบ้าง แต่เขาไม่มีเวลามาใส่ใจกับเรื่องอย่างนี้

    วันหนึ่งเธอเอ่ยถามเขา

    คุณมีเงินมากพอจะซื้อบ้านหลังใหญ่รึยัง ?

    ขอเวลาอีกสักหน่อย ผมอยาก ซื้อแหวนวงใหม่ มาเปลี่ยนให้คุณด้วย

    เขาจุมพิตมือที่สวมแหวนทองวงเล็กเบาๆ

    ฉันบอกหรือว่า ฉันอยากได้แหวนวงใหม่ ?

    ผมอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ...ที่รัก



    3   เดือนแล้ว..ที่เขาไม่เห็นเธอที่หน้าประตูบ้าน
    วันนี้เขามีบ้านหลังใหญ่
    เขาจึงตัดสินใจลางาน   1   วัน เพื่อไปหาเธอ  
    เขาขับรถคันหรู ผ่านเส้นทางที่ขรุขระ อย่างยากลำบาก


    เธอต้องใช้ทางเส้นนี้มาหาเราทุกวันเหรอเนี่ย ?  
    เขารำพึง

    เมื่อมาถึง แม่ของเธอออกมาต้อนรับและมอบกล่องไม้ใบหนึ่งให้เขา
    และบอกเส้นทางที่เป็นสถานที่ ที่เธออยู่ ที่ซึ่งเขาจะพบเธอได้

    เนินเขาเล็ก ๆ รายล้อมไปด้วยดอ
    ไม้

    มีแท่นหินสลักชื่อหญิงสาว ตั้งอยู่กลางเนิน

    น้ำตาของลูกผู้ชายไหลรินออก
    มา

     มือสั่นเทาของเขา เปิดกล่องไม้อย่างช้า ๆ

    ข้างในกล่องอัดแน่นไปด้วยกระดาษแผ่นเล็ก ๆ

    เขาเริ่มอ่านข้อความ..ทีละใบ...ทีละใบ....

    วันนี้ ..คุณกลับมาช้า ..ฉันรอ   2   ชั่วโมง ..ไม่เป็นไร ..ฉันรักคุณ

    วันนี้ฝนตก ..ฉันยังรอ   .. แต่ไม่เจอคุณ.. ไม่เป็นไร ..แต่ฉันยังรักคุณ

    ฉันเริ่มป่วย.. จนไปหาคุณไม่ได้ ..คุณคงไม่ทันได้สังเกต.. ไม่เป็นไร..
    แต่ฉันยังรักคุณ

    วันนี้   .. คุณบอกจะเปลี่ยนแหวนวงใหม่..
    คุณคงลืมว่า..ฉันตอบตกลง..จะแต่งงานกับคุณ   .. เพราะแหวนวงนี้
    แต่ไม่เป็นไร..ฉันยังรักคุณ

    ชายหนุ่มได้เรียนรู้แล้วว่า.......
    บางทีสิ่งที่เขาไขว่คว้ามาตลอดชีวิต
    อาจเทียบไม่ได้กับสิ่งเล็กน้อย ที่เขาเคยได้รับ จนเป็นเรื่องปกติของทุกวัน

    รถคันหรูแล่นไกลออก

     เหลือไว้เพียงกล่องแหวนเพชร ราคาแพง หน้าหลุมศพ
    ที่ดูไม่เหลือค่าอะไร   .. สำหรับเขา..อีกต่อไป

    ผมมีบ้านหลังใหญ่..แต่คงกว้างไป สำหรับการที่จะต้องอยู่คนเดียว
    ผมมีรถราคาแพง
    แต่ไม่รู้จะขับไปรับใคร

     ให้มานั่งเคียงคู่ ..เพื่อไปที่ไหน ๆด้วยกัน

    ผมมีเวลาอยู่กับงานครึ่งชีวิต
    แต่ไม่เคยมีเวลา ที่จะได้อยู่กับคนที่..ผมรัก

    ตอนนี้ผมมีเงินมากมาย
    แต่ไม่อาจซื้อเวลาเพียง   1   นาที

    ที่จะบอกว่า   รักเธอ ..

    ผมมีทุกอย่างเพียบพร้อมตามที่ผม
    ฝัน

     แต่ขาดส่วนที่สำคัญที่สุด ..ที่อยากให้ย้อนกลับมา..จะได้ไหม ?

    ...............................................................................................................................




    ลองก้าวออกจากโต๊ะทำงานก่อนตะวันจะตกดิน

    สักวันสองวันต่อสัปดาห์
    หันกลับไปเอาใจใส่คนที่รักเราบ้าง    

    อาจจะไม่ใช่แค่แฟนหรือคนรัก  
    บางที พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ก็เฝ้ารอ   1   นาทีจากเราเหมือนกัน
     

    ณ วันนี้...อย่างน้อยเราก็ยังมีเวลาเหลือมากกว่า   1   นาที

    ที่บางคนโหยหา...  

    อย่าปล่อยให้อะไรๆ มันสายเกินไป...
     
    ชีวิตคน...ถึงมันจะไม่สั้นนัก...แต่มันก็ใช่ว่าจะยาวนานตลอดไป
     

    .............
     
    เงินทองที่มากมายจากการทำงานหักโหม...
     
    บางทีอาจได้คืนกลับมาเพียงแค่โลงราคาแพง

    จากน้ำพักน้ำแรงในครึ่งชีวืตที่ผ่านมา  

    .................... 
      
    อ่านจบแล้ว ถ้าคิดได้ เย็นนี้ก็   Shut down

    ....... Go Home Go Go......

    แก้ปัีญหาง่ายๆแค่มองภาพคนรักแล้วคิดว่า...

    สามี: เธอพกรูปฉันไว้ในกระเป๋าเสมอ ทำไมหรอ

    ภรรยา: อ๋อ ก็ถ้ามีปัญหาอะไร ไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหน ฉันก็จะดูรูปเธอแล้วปัญหาก็หายไปเลย

    สามี: เห็นมั้ย ว่าฉันเป็นสิ่งมหัศจรรย์สำหรับเธอขนาดไหน

    ภรรยา: ใช่ ฉันมองภาพเธอแล้วก็พูดกับตัวเองว่า “ปัญหาอะไรจะมาหนักหนากว่านี้อีกนะ”

      

    ปล. อาจจะตรงกับชีวิตจริงของใครบางคนอยู่ก็ได้555+...เอะที่แฟนแอบพกรูปเราไว้อ่ะเค้าจะคิดแบบนี้หรือเปล่าวะเนี่ย

     

    สูตรความสุข ณ จุดสุดยอด

    ใครอยากมีความสุข แบบว่าสุดๆ สูตรที่ว่านี้มีง่าย ๆ อย่างนี้
          ๑.   ดื่มน้ำให้มาก
          ๒.   กินอาหารเช้าเหมือนราชา, รับประทานอาหารเที่ยงเหมือนเจ้าชายและเมื่อถึงอาหารเย็น,ให้วาดภาพว่าตัวเองเป็นแค่ขอทาน (แปลว่ากินมือหนักที่สุดตอนเช้า, และกลาง ๆ ตอนเที่ยง และตกเย็นแล้ว, ทำตัวเป็นยาจก, ไม่มีอะไรจะกิน...สุขภาพจะเป็นอย่างเทวดาทีเดียวเชียวแหละ)
          ๓.   กินอาหารที่โตบนต้นและบนดิน, พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ผลิตจากโรงงาน
          ๔.   ใช้ชีวิตบนหลักการ 3 E...นั่นคือ energy หรือพลังงาน, enthusiasm หรือกระตือตือร้นและ empathy คือเอาใจเขามาใส่ใจเราให้มาก ๆ
          ๕.  หาเวลาทำสมาธิหรือสวดมนต์เสมอ
          ๖.   เล่นเกมสนุก ๆ เสียบ้าง, อย่าเครียดกันนักเลย (โตแล้วก็เล่นได้..เราไม่แก่เกินการเรียนรู้ (เกมส์) บางครั้งเราอาจจะเข้าใจเด็กๆตอนนี้เค้าคิดอะไรกัน)
          ๗.  อ่านหนังสือให้มากขึ้น...ตั้งเป้าว่าปีนี้จะอ่านมากกว่าปีที่ผ่านมา
          ๘.  นั่งเงียบ ๆ อยู่กับตัวเองสักวันละ 10 นาทีให้ได้
          ๙.   นอนวันละ 7 ชั่วโมง
         ๑๐.  เดินสักวันละ 10 ถึง 30 นาที, แล้วแต่จะสะดวก, ไม่ต้องเครียดกับมัน, วันไหนไม่ได้เดิน,ก็อย่าหงุดหงิดกับมัน (ปล.อย่าเดินเพลินไปเหยียบเท้าชาวบ้านนะ)
         ๑๑.  ระหว่างเดิน, อย่าลืมยิ้ม(ยิ้มมากนะเดี๋ยวเค้าหาว่าบ้า)

         นั่นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพกายและใจที่ผสมปนเปกันได้เสมอ, หากทำเป็นกิจวัตร,ชีวิตก็จะแจ่มใส,แต่อย่าทำให้ตัวเองเครียดด้วยการรู้สึกผิดถ้าหากวันไหนทำไม่ได้ตามที่วางกำหนดเวลาของตนเอาไว้ วันนี้ทำไม่ได้, พรุ่งนี้ทำก็ได้ แต่การไม่เอาจริงเอาจังกับตัวเองเกินไปไม่ได้หมายถึงการผัดวันประกันพรุ่ง, ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน


      สูตรเกี่ยวกับบุคลิกของตัวเองที่ควรไปจะคู่กับสูตรสุขภาพมีอย่างนี้
          ๑.  อย่าเปรียบเทียบชีวิตของตัวเองกับคนอื่น คุณไม่รู้หรอกว่าคนที่คุณอิจฉานั้นเขามีความทุกข์ยิ่งกว่าคุณอย่างไรบ้าง
          ๒.   อย่าคิดทางลบเกี่ยวกับเรื่องที่คุณควบคุมหรือกำหนดไม่ได้ แทนที่จะมองโลกในแง่ร้าย, ก็ทุ่มเทกำลังและพลังงานให้กับความคิดทางบวก ณ ปัจจุบันเสีย
          ๓.  อย่าทำอะไรเกินกว่าที่ตัวเองทำได้...รู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ไหน
          ๔.  อย่าเอาจริงเอาจังกับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขาไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก
          ๕.  อย่าเสียเวลาและพลังงานอันมีค่าของคุณกับเรื่องหยุมหยิมหรือเรื่องซุบซิบ....นอกเสียจากว่ามันจะทำให้คุณผ่อนคลายได้อย่างจริงจัง
          ๖.  จงฝันตอนตื่นมากกว่าตอนหลับ
          ๗. ความรู้สึกอิจฉาริษยาเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า ๆ ปลี้ ๆ...คิดให้ดีก็จะรู้ว่าคุณมีทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องมีแล้ว
          ๘. ลืมเรื่องขัดแย้งในอดีตเสีย และอย่าได้เตือนสามีหรือภรรยาคุณเกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่ายหนึ่งเลย เพราะมันจะทำลายความสุขปัจจุบันของคุณ
          ๙.  ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าที่เราจะไปโกรธเกลียดใคร...จงอย่าเกลียดคนอื่น
          ๑๐.ประกาศสงบศึกกับอดีตให้สิ้น, จะได้ไม่ทำลายปัจจุบันของคุณ
          ๑๑.ไม่มีใครกำหนดความสุขของคุณได้นอกจากคุณเอง
          ๑๒.จงเข้าใจเสียว่าชีวิตก็คือโรงเรียน คุณมาเพื่อเรียนรู้ และปัญหาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักสูตรซึ่งมาแล้วก็หายไป...เหมือนโจทย์วิชาพีชคณิต...แต่สิ่งที่คุณเรียนรู้นั้นอยู่กับคุณตลอดชีวิต
          ๑๓. จงยิ้มและหัวเราะมากขึ้น
          ๑๔. คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้งที่ถกแถลงกับคนอื่นหรอก...บางครั้งก็ยอมรับว่าเราเห็นแตกต่างกันได้...เห็นพ้องที่จะเห็นต่างก็ไม่เห็นเสียหายแต่อย่างไร

         แล้วเราควรจะมีทัศนคติอย่างไรต่อชุมชนและคนรอบข้างเราล่ะ?

          ๑.      อย่าลืมโทรฯหาครอบครัวบ่อย ๆ
          ๒.    จงหาอะไรดี ๆ ให้คนอื่นทุกวัน
          ๓.     จงให้อภัยทุกคนสำหรับทุกอย่าง
          ๔.     จงหาเวลาอยู่กับคนอายุเกิน 70 และต่ำกว่า 6 ขวบ
          ๕.     พยายามทำให้อย่างน้อย 3 คนยิ้มได้ทุกวัน
          ๖.      คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุณไม่ใช่เรื่องของคุณสัก  หน่อย
          ๗.     งานของคุณไม่ดูแลคุณตอนคุณป่วยหรอก แต่ครอบครัวและเพื่อนคุณต่างหากเล่าที่จะดูแลคุณในยามคุณมีปัญหาสุขภาพ ดังนั้น, อย่าได้ห่างเหินกับคนใกล้ชิดเป็นอันขาด


      และถ้าหากสามารถดำรงชีวิตให้มีความหมายได้, ก็ควรจะทำดังต่อไปนี้
           ๑.   ทำสิ่งที่ควรทำ
           ๒.   อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์, ไม่สวย, ไม่น่ารื่นรมย์, จงทิ้งไปเสีย...เก็บไว้ทำไม?
           ๓.   เวลาและพระเจ้าย่อมรักษาแผลทุกอย่างได้
           ๔.  ไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือเลวปานใด, เดี๋ยวมันก็เปลี่ยน
           ๕.  ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรในตอนเช้าของทุกวัน, จงลุกจากเตียง, แต่งตัวและปรากฎตัวต่อหน้าคนที่เราร่วมงานด้วย...get up, dress up and show up.
           ๖.   สิ่งที่ดีที่สุดยังมาไม่ถึง
           ๗.   ถ้าคุณยังลุกขึ้นตอนเช้าได้, อย่าลืมขอบคุณพระเจ้า  หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเสียด้วย
           ๘.  เชื่อเถอะว่าส่วนลึก ๆ ในใจของคุณนั้นมีความสุขเสมอ...ดังนั้น, ส่วนนอกของคุณทุกข์โศกไปทำไมเล่า?


    เห็นไหมล่ะว่าสุขแบบสุดๆจริงๆไม่ได้ทะลึ่งนะ..แต่คนที่แอบคิดไปแล้วนี่ดิทะลึ่ง555+ (เพราะนิดก็คิดไปแล้วเหมือนกัน)ได้มาจากFW mail ลองทำตามดูนะค่ะ
    ปล. ณ จุดสุดยอด คือ...จุดหนึ่งจุดใด..ที่คุณมีความสุขกับมัน  ซึ่งในที่นี้คือความสุขกับการดำเนินชีวิต

    เคยไหม?

     ต้นไม้คนละ 1 ต้น

    เมฆฝนคนละ 1 ก้น "เหมือนกัน"

    "เวลาเท่ากัน"

    ทำไม...ต้นไม้สองต้นโตต่างกันล่ะ?

    อีกต้นบอกว่า ..ต้นนั้นแอบรดน้ำเอง

    "ไม่ผิดกติกานิ"  อีกต้นตอบ

    "ไม่ได้......เราต้องให้คนอื่นช่วยรดดิ" ต้นเดิมเถียง

    "ต้นไม้เป็นของใคร?" อีกต้นถามกลับ

    "ของเรา" ต้นเดิมตอบ

    "อยากโตไหม?"   "อยาก"

    "ดอกสวยๆเยอะๆล่ะ"   "ก็อยากมีเหมือนกัน"

    "ทำไมไม่รดน้ำเองเล่า"  "รอคนอื่นมารดให้"

    "คนอื่นมาบ่อยไหมล่ะ?"  "ไม่บ่อย"

    "รอเค้าเราโตป่ะ?"   "ไม่โต"

    ไม่มีใครช่วยเราได้ตลอดหรอก  "นอกจากตัวเราเอง"

    ..............ล้มก็ต้องรีบลุกให้เร็วที่สุด..จะรอใครมาฉุดเราขึ้นคงเป็นชาติมั้ง...........ล้มเองก็ลุกเองได้...........

    .......รอเค้าเราจะโตป่ะ......