Own_'s profileSpaces นี้ใช้ตัวหนังสือถ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Spaces นี้ใช้ตัวหนังสือถนอมดวงตา ใช้เนื้อหาถนอมดวงใจ

หากภาษาไม่เปลี่ยนแปลงไป คำว่า"เพื่อน" เขียนยังไงความหมายก็เหมือนเดิม
 

Own_ heart

Occupation
Location
Interests
เกี่ยวกับตัวฉันเหรอ?
ไม่ใช่คนสูงแต่คนที่รู้จักฉันเค้าไม่ค่อยสูงกันเอง
ไม่ใช่คนขาวแต่พออยู่กับครอบครัวฉันกับดูขาวทันที
ไม่ได้ตั้งใจจะทำตัวเด่นนะ แต่รู้สึกว่าไม่มีใครทำเราทำเองจะดีกว่า
ไม่ได้มั่นใจตัวเองสูง แต่เพราะสายตาไม่ค่อยดี เวลาเดินเลยดูมั่นๆไปหน่อย
ไม่ได้คิดจะอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง บางครั้งก็ขอเวลาส่วนตัว
ถ้ามองฉันว่ายิ้มเก่งอืมก็ใช่ ถ้ามองฉันว่าหยิ่งนักอืมก็ถูก ถ้าเห็นว่าพูดมากนั่นก็ฉัน ถ้าเห็นคนหัวเราะดังๆนั่นฉันเอง คนอะไรไม่พูดจาทำหน้าดุฉันนี่ล่ะ คนที่ห้าวๆแต่งตัวลุยก็คือฉัน ที่เมื่อเช้าเห็นผู้หญิงเรียบร้อยแต่งตัวหน่อยก็ฉันนี่ล่ะ บางครั้งที่คุณเห็นคนหัวฟูๆเสื้อผ้ามีแต่สีเปอะอาจเป็นฉันก็ได้ และถ้าคุณหันมามองแล้วเจอคนกำลังร้องไห้น้ำตาซึมๆ ไม่พูดไม่จาอาจเป็นฉัน..
สรุป ฉันก็คือฉัน..อย่าพยายามคิดว่าฉันเป็นใคร มาจากไหน หรือเหมือนใคร

 ยินดีต้อนรับ..และน้อมรับความหวังดี..ขอบคุณค่ะ..นิด..

               

Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
Own_ heartwrote:
เพื่อนเน่อฉันดูแล้วเรื่อง รถไฟฟ้าฯ อ่ะ ฉันเหมือนเหม่ยหลี้ตรงไหนวะ แกบอกฉันทีดิ
13 hours ago
Own_ heartwrote:
ศิลามณีมาแล้วจ๊ะ  รับปรึกษาปัญหาเรืองรักๆ  ยินดีตอบทุกประเด็น
ได้รับคำแนะนำดีๆ(หรือเปล่าหว่า)  ส่วนพี่ก็ได้เรียนรู้และรู้จักความรักเพิ่มขึ้น
13 hours ago
พี่คะ เฟินมีเรื่องอยากปรึกษาค่ะ
เรื่องหัวใจน่านแหละ วัยอย่างเราก็จะมีเรื่องไหนหล่ะเนาะ
อิอิ ถ้าพี่โอเค เฟินจะมาหาใหม่นะคะ ^^
3 days ago
Own_ heartwrote:
ไม่เพื่อนเน่อ ว่าเราเป็นอาเหม่ยหลี้วะ แล้วนี่มันเอาเพลงสมัยไหนมาให้ฟังวะเนี่ยเกิดมาพึ่งได้ยิน
Oct. 24
เพลงนี้เพราะวะอาเหม่ยหลี้
 
รักเจ้าเอยหัวใจเพรียกหา ความรักมาแย่งชิงไขว้คว้ากัน
หากไม่เป็นเหมือนเช่นใจปอง แต่ต้องการครอบครองหัวใจจึงมืดดำ
เสมือนความชังบังตา ความรักทำให้คนสุขสม
และความรักทำให้คนหลั่งน้ำตา ต่อให้รู้ว่ารักคือไฟ
แต่จะเดินเข้าไปขอเพียงให้ได้มา จะกล้ายอมทำทุกอย่าง

ใครไม่รักไม่รู้ ถ้าใครไม่อยู่ตรงนี้ สิ้นไร้พลังต้านความเสน่หา
ถ้าใครได้รักจะรู้ รักคือยอดปรารถนา ชาตินี้ถ้าคลาดคลา
สิ้นรักไปดวงชีวาจบสิ้นกัน

รักเจ้าเอยหัวใจลุ่มหลง จะช้ำตรมเท่าใดก็รักเธอ
ผิดเพียงไหนฉันพร้อมยอมทำ แค่เพียงในสักวันได้หัวใจของเธอ
อยู่คู่เคียงเธอก็พอ…

ต่อให้รู้ว่ารักคือไฟ แต่จะเดินเข้าไปขอเพียงให้ได้มา
จะกล้ายอมทำทุกอย่าง…

ใครไม่รักไม่รู้ ถ้าใครไม่อยู่ตรงนี้ สิ้นไร้พลังต้านความเสน่หา
ถ้าใครได้รักจะรู้ รักคือยอดปรารถนา ชาตินี้ถ้าคลาดคลา
สิ้นรักไปดวงชีวาจบสิ้นกัน

รักเจ้าเอยหัวใจลุ่มหลง จะช้ำตรมเท่าใดก็รักเธอ
ผิดเพียงไหนฉันพร้อมยอมทำ แค่เพียงในสักวันได้หัวใจของเธอ

อยู่คู่เคียงเธอก็พอ…

ผิดเพียงไหนฉันพร้อมยอมทำ แค่เพียงในสักวัน
ได้หัวใจของเธอ อยู่คู่เคียงเธอก็พอ..

Oct. 21
 
Photo 1 of 21
More albums (85)

ได้หัวเราะ เพราะเค้าเล่าว่า...

ช่วงนี้ทำงานโค-ตรหนักเลย  เซ็ง  ทะเลาะกับลูกค้า  โมโหลูกน้อง  ผิดใจกับเพื่อนร่วมงาน  แล้วก็พาลน้อยใจไอ้แห้งอีก
เกิดมาเป็นมนุษย์กันนิ  เห็นแก่ตัวกันจังเลยวะ เบื่อเซ็ง  เราวิ่งวุ่นวาย เหนื่อยแทบตาย ล้มตัวลงนั่งนิ่ง  เอ่อคนอื่นเค้าไม่ได้รีบร้อนเหมือนเรากันเลยวะ
(ไม่มีงานทำกัน หรือว่าอู้งานกันอยู่  เอะหรือว่าเค้าแกล้งไม่ใส่ใจเฉยๆเอาไว้กันนะ)  โทรกลับบ้านเม้าท์กับแม่ กับพี่ กับพ่อ พอทำให้ยิ้ม หัวเราะหรืออมยิ้มได้
อุตส่าห์ฝันถึงแม่ ในฝันพูดคุยกันอยู่ดีๆ จู่ๆ แม่บอกว่าแม่เสียแล้วนะ(แม่พูด) ตายตั้งแต่เมื่อวานแล้ว........โอ้ยแม่เจ้า แม่ตายแล้วมาคุยกับหนูได้ไงล่ะจะบ้าหรอ(ในฝันฉันพูด)
เช้ารุ่งขึ้นโทรหาแม่  แม่หัวเราะชวนตีเป็นหวยไปนั่น เฮ้ยคนไม่คิดมากก็แบบนี้นะ สุขดี
คุยกับพี่สาว  มันก็ไร้สาระได้ที่เหมือนกัน ถามว่าดูซีรี่ย์เรื่องโน่นนี้ไหม  ไม่ฉันจะดูได้ไงตื่นก็จะบ่ายโมงแล้ว หุหุ
พี่บอกมึงจะนอนกินบ้านกินเมืองหรือไง  โอ้ยไม่กินหรอก บ้านเมืองมันสกปรกจะตาย555
บ่นเรื่องที่ทำงานวุ่นวาย  ยอดขายเพิ่มขึ้นเยอะ  ของส่งลูกค้าไม่ทัน แบบว่าฉันจะเอาคุณไม่ขายหรอ?
เอ่อ อยากบอกว่า กูอยากขายนะ แต่ขายได้เดือนนี้เท่านั้นหรอ?  แล้วอีกสองเดือนข้างหน้าล่ะ?
อีกสองเดือนฉันบอกว่าไม่มีของ  แม่งก็จะไปซื้อที่อื่น งั้นเดือนนี้ทะยอยส่งดีกว่า ขาดส่งเป็นเดือน
บ่นเรื่องงานกับพี่ มันก็ฟังแล้วหัวเราะ  บ่นกับแม่ แม่ยุให้ลาออกเลย
แม่เรานี่มั้นใจในความสามารถลูกสาวเอามากๆ  ไอ้หนูเองยังไม่มั้นใจตัวเองเลยว่างานใหม่หาง่าย หุหุ
น้องจบกันใหม่ๆ ก็บ่นให้ฟังอยากหางานได้เร็วๆ อยากทำงานเร็วๆ (ประเภทร้อนวิชา)
ไอ้เราก็แนะนำได้เท่าที่รู้เห็นอะไรมา  บอกให้น้องอย่ามัวแต่ดีใจให้เตรียมใจเจอเพื่อนร่วมงานใหม่ๆด้วย
เล่าไปเล่ามา  มันอยากกลับไปเรียนใหม่แล้ว...
มันบอกว่าทำไมพอจะทำงาน พอจะเป็นผู้ใหญ่ดูเหมือนอะไรก็ไม่ใช่สิ่งสวยงามแล้ว
ฟังพี่เล่า หนูปวดหัวแล้วอ่ะ 555+
ก็บอกแล้วโลกของการเรียนมันเป็นอะไรที่สนุก ตื่นเต้น
เพื่อนก็จริงใจกว่า(เพราะไม่มีประโยชน์ไรกันมาก นอกลอกการบ้าน ขอข้าวกินฟรี แอบเหร่พี่ชายมัน555+)
แต่เพื่อนที่จะเจอที่ทำงานนี่ซิ ไม่รู้จริงใจขนาดไหน เกิดเป็นหญิงต้องมีอิจฉากันบ้างล่ะ
(แต่โชคดีเรามีแต่ทำงานกับผู้ชาย  ถ้าอยู่กับหญิงปวดหัวมากกว่าเดิมแน่เลย เดี๋ยวอิจฉาที่เราสวยกว่าเอิ๊กๆๆๆ)

โทรหรือกลับบ้านที เหมือนเป็นการชาร์ตแบตฯ จิตใจเรา
เราจะชอบบอกใครๆว่า นอนตื่นสายนั้นคือการชาร์ตแบตฯร่างกาย
แต่ที่คุ้มสุดๆ ต้องการได้คุยกับครอบครัวเราเองนี่ซิ วิเศษที่สุดแล้ว
เคลียดๆ มาก็หัวเราะได้  เพราะต่างจังหวัดเค้าไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับงานเราหรอก
สิ่งที่เค้ารู้ เค้าพูดคือ เรื่องบ้านๆ ไม่ต้องใช้ศัพท์สูง หรือปืนบันไดคุย(ไม่ต้องพยายามเข้าใจ หรือฉันต้องรู้ให้ได้)
เช่น อาทิตย์ก่อนได้หัวเราะก็เพราะ เค้าเล่าว่า.......

เด็กแถวบ้านอยู่ ป.4 แต่ทำการบ้านไม่ได้  แม่เค้าก็บอกว่าให้ไปถามอาเค้าซิ
อาเค้าเป็นครูสอนเด็กประถมอยู่
ไอ้เด็กคนนี้ทำหน้าเซ็ง (แม่เราช่างโง่อย่างนี้) พร้อมบอกแม่ว่า
โอ้ย....อย่างอาจะรู้เรื่องอะไร...
สอนแค่เด็ก ป.1 จะรู้อะไร...นี่มันการบ้านของเด็ก ป.4 อาเค้าสอนไม่ได้หรอก
ขำ...กันไหมล่ะ.... แต่นิดขำสุดๆอ่ะ
อีกเรื่อง  ปูเป้ วันสองขวบเศษหลานสาวสุดสวยของนิดเอง
ที่บ้านจะพูดอีสานปนไทยกัน
แต่หลักๆ คุยกันบริเวณบ้านคือ อีสาน(บ้านนิดอยู่ กำแพงเพชรนะ)
ปูเป้วิ่งมาหาหลานอีกคนซึ่งพูดภาษากลางเป็นหลัก
น่านัด...น่านัด  หล่าเว้าลาวเปนแล่วเดะ
(แปลหน่อย: น้านัดๆ  หนูพูดอีสานเป็นแล้วนะ)
น่านัด...น่านัด  น่าก็เว้าลาวกั๊บหล่าตี้
(แปลหน่อย: น้านัดๆ  น้าก็พูดอีสานกับหนูซิ)
555+
นี่หลานนิด มันเข้าใจว่าภาษาที่พูดทุกวันคือภาษากลาง ทั้งๆที่ คำที่พูดนั้นล่ะอีสานชัดๆ  เอิ๊กๆๆๆ
หัวเราะได้แค่นี้ไปทำงานที่ตามเวลาของสาวออฟฟิตต่อดีกว่า

 

นี่ล่ะโฉมหน้า  น้านัด  กับ ปูเป้

ที่สุดของราศี?

ราศีใดอาภัพคู่ที่สุด                          **    มีน  (14 มีนา - 12 เมษา)   รองลงมาคือ  กันย์กับพิจิก

ราศีใดเจ้าชู้ที่สุด                             **    ธนู  (16 ธค - 15 มค)

ราศีใดดุที่สุด                                 **    มังกร  (16 มค - 12 กพ)

ราศีใดอารมณ์ศิลปินที่สุด                   **    กุมภ์  (13กพ - 13มีค)

พฤษภก็เป็นนะแต่คงไม่ถึงที่สุดเท่าไหร่ อิอิ

 

ราศีใดขี้หึงที่สุด                             **     เมษ  (13 เมษา - 13 พ.ค)

ราศีใดดื้อที่สุด                               **    สิงห์  (17 สค - 16กย)

อันนี้เห็นด้วยอย่างแรง หุหะ

ราศีใดร้ายลึกที่สุด                           **    พิจิก  (16พย - 15 ธค)

ราศีใดอกหักซ้ำซากที่สุด                   **    ตุลย์  (17 ตค - 15 พย)   รองลงมาคือ สิงห์

ราศีใดมีโอกาสเบี่ยงเบนทางเพศที่สุด    **    เมถุน  (14 มิ.ย - 14 กค)

 

ราศีใดมีความอดทนสูงที่สุด                **    พฤษภ  (14 พ.ค - 13 มิ.ย)

ราศีใดหยิ่งที่สุด                             **     สิงห์  (17 สค - 16กย)

ราศีใดโรแมนติคที่สุด                       **    ตุลย์  (17 ตค - 15 พย)

ราศีใดใจนักเลงที่สุด                        **    เมษ  (13 เมษา - 13 พ.ค)

 

ราศีใดรสนิยมแปลกที่สุด                   **    กุมภ์  (13กพ - 13มีค)

ราศีใดมีความมั่นใจที่สุด                    **    มังกร  (16 มค - 12 กพ)                 

ราศีใดยิ่งแก่..ยิ่งรวยที่สุด                  **    มังกร  (16 มค - 12 กพ)

ราศีใดรักครอบครัวมากที่สุด                **    กรกฎ  (15 ก.ค - 16 ส.ค)

ราศีใดขี้เหนียวที่สุด                         **    สิงห์  (17 สค - 16กย)

 

ราศีใดโลเลหลายใจที่สุด                   **    เมถุน  (14 มิ.ย - 14 กค)

ราศีใดมีความยุติธรรมที่สุด                 **    ตุลย์  (17 ตค - 15 พย)

ราศีใดชอบหว่านเสน่ห์ที่สุด                **    พฤษภ  (14 พ.ค - 13 มิ.ย)

ราศีใดขี้วีนที่สุด                              **    เมษ  (13 เมษา - 13 พ.ค)

 

ราศีใดมองโลกในแง่ดีที่สุด                **     ธนู  (16 ธค - 15 มค)

ราศีใดรักอิสระที่สุด                         **     กุมภ์  (13กพ - 13มีค)  รองลงมาคือ เมถุน 

ราศีพฤษภ ก็รักอิสระนะ

ราศีใดมีเกณฑ์จะโหนคานมากที่สุด       **     มีน  (14 มีนา - 12 เมษา)

โชคดีที่ไม่ใช่ พฤษภ 555 ไม่คานแล้วเรา

ราศีใดมีเสน่ห์ที่สุด                          **     พิจิก  (16พย - 15 ธค) รองลงมาคือ  ตุลย์

ราศีใดมีเหตุผลที่สุด                        **     มังกร  (16 มค - 12 กพ)

 

ผู้ชายก็เหมือนรองเท้า?

เคยได้ยินกันไหม "ผู้ชายก็เหมือนรองเท้า  ถ้ามันกัดก็สลัดมันทิ้ง"
อันที่จริงก็ไม่อยากจะพูดแบบนี้หรอก การเลือกคู่ก็เหมือนกับเลือกรองเท้าตากหาก
รองเท้าสวยดูเหมาะกับเรา แต่พอใส่แล้วคับจะพยายามยัดมันทำไม?
รองเท้าใหญ่ใช่ว่าจะใส่สบาย ใส่แล้วหลวมเดินแล้วเสียบุคลิกหมดกันพอดี
รองเท้าที่สวยงามถูกใจ และใส่สบายหายากจะตาย
เดินให้ไปทั่วก็นานกว่าจะเจอ ดูเฉยๆก็ไม่ได้ลองที่นั่นก็ใช่ว่าจะรู้
ต้องเสียเงินซื้อมันมาก่อนถึงได้รู้ว่า คุ้มตังค์แล้วที่ซื้อมาใส่
แต่ถ้าชีวิตนี้หาไม่ได้ล่ะ?
เรายอมเดินเท้าเปล่าๆ กันก่อนดีไหม
แม้ทางเดินข้างหน้ามันจะมีหิน มีหนามมาทิ่มแทงเราบ้าง
ก็ช่างปะไรล่ะ ใช่ว่าจะไม่มีตาและโง่ไปเดินเหยียบมัน
เส้นทางเดินอื่นยังมีอีกมาก ถึงแม้มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบก็เถอะ
ถึงแม้มันจะต้องเดินทางไกลไปจากเดิมอีกมาก "ก็ช่างเถอะ"
อีกไม่นานเท้าเราก็คงชินกับการไม่มีรองเท้าใส่แล้วล่ะ
ถ้าจำไม่ผิด ตอนเกิดมา กว่าจะได้ใส่รองเท้า
พ่อแม่ซื้อมาให้หลายคู่ แต่มันไม่ชินเท้า
ร้องไห้งอแงกว่าแม่จะใส่ได้55+
ตั้งแต่เด็กบ่อยครั้งที่โดนโน่นนี่ทิ่มตำ
ก็ยังมีพ่อ มีแม่คอยอุ้มและใส่ยาให้
นั่นมันคือตอนประมาณ5ขวบได้
ตอนนี้โตแล้ว ถึงไม่มีรองเท้าสวยๆใส่ไปอวดใคร
ยอมเดินเท้าเปล่ายังดีกว่า ให้รองเท้ามันกัดเป็นแผลเวอะวะ


ผู้หญิงคนหนึ่งร้องไห้ฟูมฟาย...คิดแล้วคิดอีกกับสิ่งที่จะทำ
ผู้ชายคนหนึ่งนิ่งเงียบ...ไม่มีเสียงใดออกมาจากปากเค้าเลย
ผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยคำๆหนึ่งออกมาจากปาก "เราเลิกกัน"
ผู้ชายคนหนึ่งได้ยินแต่เสียง ......................... เงียบเช่นเคย
ผู้หญิงคนหนึ่งตั้งสติแล้วก็พุดในสิ่งที่อยากจะพูดมานานแสนนาน
ผู้ชายคนหนึ่งเริ่มจะพูด...ออกมาแล้ว
ผู้หญิงคนหนึ่งหยุดร้องไห้และเงียบฟัง
ฟังเสียง ชายคนหนึ่ง....
ชายคนหนึ่งพูดออกมาด้วยเสียงสั่นคลอ
....................
ความเงียบบังเกิด
.....................
เธอร้องไห้...เขาก็คงเป็นเช่นกัน

ผู้หญิงที่ร้องไห้ก่อนบอกเลิก
กับ
ผู้ชายที่ร้องไห้เมื่อบอกเลิก

และจะให้ฉันเห็นใจคนไหนดีล่ะ?
แต่คำว่า "พยายามเต็มที่หรือยังกับความรัก" นี่ซิ...



ชู้หรือมีน้อย แบบไหนดี

ใช่ว่าเราจะกวนตีน หรือกวนใคร แต่มันสงสัยไม่ยอมหายว่าทำไม ผู้หญิงมีชายอื่นเราเรียกว่า "ผู้หญิงคนนี้มีชู้"  แต่พอผู้ชายมีหญิงอื่นบ้าง เราเรียก "ผู้ชายคนนี้มีเมียน้อย" ไม่เคยได้ยินเค้าจะบอกว่า "ผู้ชายคนนี้มีชู้" (แต่สมัยนี้เค้าเรียกกิ๊กกัน ยิ่งฟังดูดีขึ้น) แต่ไอ้คำว่า "เมียน้อย" นี่เหมือนจะบอกว่า ที่คนมีอยู่มันยังน้อยให้หาเพิ่มขึ้นมาอีกหรือเปล่า?  แต่ถ้าความเสมอภาคมีในโลกให้เรียกหญิงที่มีชายอื่นว่า "ผู้หญิงคนนี้มีผัวน้อย" บ้างล่ะ คงพิลึกดีเนอะความหมายจะเหมือนกันไหม?  แบบว่าที่ฉันมีอยู่มันน้อยไปขอใหม่เพิ่มได้ไหมล่ะ? 
 
ถึงมันจะฟังดูพิลึกกึกกือ  แต่เราว่ามันก็ยังฟังดูดีกว่าคำว่า "ชู้" ในวรรคดีจะได้ยิน นางโมราห์ และนางกากี เป็นชื่อที่ใช้แทนให้เห็นภาพได้ชัดเจน  ผู้หญิงที่มีคิดนอกใจเรามักจะตีว่าเค้าคิดมีชู้ ทั้งๆที่เค้าอาจคิดในใจหรือคิดนอกใจไปแล้วก็ตาม  แต่พอเป็นชายบ้างล่ะ ไม่ว่าจะคิดหรือทำจริงๆ  ชาวบ้านเราไม่ได้พูดเหมือนกันเลย  แถมดูยกย่องไปอีกว่า ชายคนนี้เจ้าชู้มาก เก่งจังมีเมียหลายคน แม้ทำไมหญิงไม่เรียกแบบนี้บ้างนะ หุหุ  จะมีใครเคยสงสัยแบบนิดไหมนิ เคยถามประเด็นนี้กับไอ้แห้งมันไม่ตอบแต่ตบหัวแทน555

"คนไม่มีเวลา" จากเรื่องจริงสู่เพลงที่ประทับใจ

 
 
เพลง                  : คนไม่มีเวลา
เนื้อร้อง               : ธนกฤต พานิชย์วิทย์
ทำนอง / เรียบเรียง : ชวิน จิตรสมบูรณ์
 
ข้างล่าง  เป็นเรื่องราวของพี่มืดและพี่บี

พี่มืดกับพี่บี  รู้จักกันเพราะทำงานที่เดียวกัน และก็เป็นแฟนกันนาน 8-9 ปี หลังจากนั้นก็แต่งงานกัน  พี่มืดทำงานเป็น ครีเอทีฟบริษัทโฆษณา  ส่วนพี่บีเป็นอาร์ต ไดเรคเตอร์
ทั้ง 2 คนเรียนจบเมืองนอก และบ้างานด้วยกันทั้งคู่ เมื่อแต่งงานกัน ทั้งคู่จึงมีแผนจะสร้างบ้านหลังใหม่ขึ้นมา และต้องใช้เงินอีกก้อนใหญ่ พี่บีซึ่งปกติทำงานเยอะอยู่แล้ว ก็รับจ๊อบเพิ่มขึ้น
เพื่อหาเงินสร้างบ้าน งานเยอะก็เครียดหนัก จนปวดหัวประจำ และมีไมเกรนเป็นโรคประจำตัว


หลังจากแต่งงานกันมา 1 ปี 2 เดือน เช้าวันนั้น พี่มืดแต่งตัวเสร็จแล้ว เตรียมตัวไปทำงาน แต่พี่บียังไม่ลุกจากที่นอนและบ่นว่าปวดหัว พี่มืดเลยบอกให้นอนพักอยู่กับบ้าน ไม่ต้องไปทำงาน
แล้วพี่มืดก็ออกไปทำงาน

นั่นเป็นเช้าวันสุดท้ายที่พี่มืดได้คุยกับพี่บี

พี่มืดเล่าว่า พี่บีเส้นเลือดในสมองแตก  เพราะอาการปวดหัวอย่างหนัก  ช่วงบ่ายวันที่เกิดเรื่อง พี่บีปวดหัวจนสลบไป และพี่สาวต้องพาไปส่งโรงพยาบาล
หมอบอกว่า เส้นเลือดในสมองแตก และต้องเข้ารับการผ่าตัดถึง 5 ครั้ง ผ่าเส้นนี้อีกเส้นก็แตก ผ่าแล้วก็แตกถึง 5 รอบ จนสุดท้าย หมอก็บอกว่า คงไม่มีเส้นไหนให้แตกอีกแล้ว
พี่บีออกจากห้องผ่าตัดมาก็ยังไม่ฟื้นอีกเลย

เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว  พี่มืดรับไม่ได้ ไม่ไปทำงาน ไม่กินไม่นอน ได้แต่นั่งเฝ้าอยู่ที่โรงพยาบาล ไม่เข้าใจว่าโชคชะตาเล่นตลกอะไรกับเค้า
เหมือนตกจมดิ่งไปในหลุมลึกที่ไม่มีทางขึ้น  ดิ้นรนทำทุกทางเพื่อคนรัก


พี่บีอยู่โรงพยาบาล 3 เดือน แบบไม่รู้สึกตัว จนวันหนึ่ง อยู่ๆพี่บีก็ลืมตาขึ้นมา พี่มืดและครอบครัวดีใจกันมาก แต่พี่บีก็แค่ลืมตา กระพริบตา ไม่ได้รับรู้อะไร นิ้วก็เริ่มกระดิกได้
ความหวังของพี่มืดเริ่มเกิดอีกครั้ง พี่มืดเอาแหวนแต่งงานที่ต้องถอดออกมาใส่ให้ แต่นิ้วพี่บีบวมใสไม่ได้ พี่มืดพูดติดตลกทั้งน้ำตากับพี่บีว่าอ้วนขึ้นนะเธอ ลุกขึ้นมาเดินได้แล้ว

หมอบอกว่า สำหรับคนเป็นโรคแบบนี้  รักษาอะไรไม่ได้ นอกจากรอ บางคนก็จะฟื้นตื่นขึ้นมาเอง บางคนตื่นก็หาย บางคนถึงตื่นมาก็ช่วยตัวเองไม่ได้
แต่บางคนก็อาจจะเป็นเจ้าหญิงนิทราตลอดไป ขอแค่มีความหวังและกำลังใจ อะไรก็เกิดขึ้นได้  หมอแนะนำให้พาพี่บีกลับไปดูแลที่บ้าน

พี่มืดต้องพยายามทำให้ตัวเองอยู่ได้ ทั้งเพื่อตัวเอง และเพื่อพี่บี

ชีวิตทุกวันนี้  พี่มืดตื่นขึ้นเพราะหมาที่พี่บีเคยเลี้ยงไว้ เข้ามาเลียหน้าปลุก พี่มืดต้องเปิดประตูบ้านให้มันออกไปข้างนอก ลงมาข้างล่างชงกาแฟ และแวะเข้าไปหาพี่บีที่ห้อง  
พี่มืดจะนั่งคุยเรื่องราวทั่วไป เปิดเพลง บางทีก็เอากาแฟเข้าไปใกล้ๆจมูกพี่บี เพราะพี่บีก็ติดกาแฟเหมือนกัน ถ้าอยากกินก็ตื่นขึ้นมากินนะ พี่มืดจะบอกพี่บีอย่างนี้  
หลังจากดูพี่บีเสร็จก็ออกไปทำงาน ไปทำงานแล้วก็กลับบ้าน มานั่งเป็นเพื่อนพี่บี เป็นกิจวัตรอย่างนี้ทุกวัน

จากคนที่เคยสนุกสนานเฮฮาปาร์ตี้  ก็กลับเป็นคนเงียบสงบ รถติดก็จะหยิบหนังสือสวดมนต์มาอ่าน  จนทุกวันนี้ท่องจบได้เป็นหน้าๆ ทำบุญ เข้าวัด โดยหวังบุญกุศลจะส่งผลถึงคนรัก
ที่บ้านก็ต้องเปิดเพลงที่พี่บีชอบ ต้องนั่งพูดคุยเรื่องต่างๆให้ฟังทุกวัน พยายามหาอะไรที่เค้าชอบมาให้ได้รับรู้ อะไรก็ได้ ที่จะทำให้เธอกลับมาดังเดิม

จนทุกวันนี้เวลาผ่านไปเกือบ 1 ปีแล้ว ตั้งแต่กลับมาอยู่บ้าน พี่บีก็ยังเหมือนเดิม ตาที่ลืมขึ้นมา ก็มองอย่างเหม่อลอย โดยหาจุดโฟกัสไม่ได้ นิ้วมือทำได้แค่เพียงกระดิก  
แต่พี่มืดเชื่อว่า พี่บีรับรู้อยู่ข้างในแต่แสดงออกมาไม่ได้ พี่บีก็คงกำลังต่อสู้อย่างหนักเพื่อที่จะกลับมา พี่มืดก็จะต่อสู้เหมือนกัน เค้าจะไม่ทิ้งไปไหน และจะทำทุกอย่างเท่าที่ชีวิตนี้จะทำให้ได้
จะรอคอยอย่างมีความหวังต่อไป แม้เวลาจะนานต่อไปอีกแค่ไหน

เมื่อถามว่า ถ้าพี่บีตื่นขึ้นมา พี่มืดอยากพูดอะไรกับพี่บีเป็นคำแรก

พี่มืดตอบว่า  ผมอยากจะขอบคุณเค้า เพราะ ที่เค้าเป็นแบบนี้ทำให้ผมรู้ว่าผมรักเค้ามากแค่ไหน และถ้าผมเป็นคนที่นอนอยู่ตรงนั้นแทนที่จะเป็นเค้า
ผมเชื่อว่าเค้าคงดูแลผมได้ดีกว่าที่ผมดูแลเค้า

หลายคนบอกว่า ไม่มีอะไรเอาชนะกาลเวลาได้ แต่เราเชื่อว่าความรักสามารถเอาชนะวันเวลาได้ ขอบคุณพี่มืด พี่บี และครอบครัว ที่ทำให้เรารู้จักคุณค่าของความรักที่ยิ่งใหญ่เหนือเวลา
ปล. อ่านเรื่องราวจบ ถ้ายังไม่ฟังเพลงนี้ ให้ฟังอีกครั้งอาจน้ำตาซึมได้อีก  ความรู้สึกมีที่โลกทุกวันนี้ยังมีคนที่รักกันจริงๆให้เห็นอยุ่ (นึกว่ามันมีแต่ในนิยายหรือเป็นเพียงจินตนาการ) อิจฉาผู้หญิงคนนี้ที่ค้นพบรักที่แท้จริง  แต่เศร้าใจที่เค้าไม่อาจรับรู้มันได้